Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 747

เล่ม มมร. 59 หน้า 747 ข้อ 1318
ประดุจจะบินถลามาจากยอดภูเขาลงสู่แม่น้ำฉะนั้น มาณพทั้งหลายต่างก็ ร่าเริงยินดี เริ่มเรียนศิลปะในสำนักนกกระทำผู้เป็นบัณฑิต แม้นก- กระทาก็ได้ดำรงอยู่ในตำแหน่งอาจารย์ทิศาปาโมกข์ บอกศิลปะแก่ มาณพเหล่านั้น พวกมาณพได้กระทำกรงทองแก่นกกระทา ดาษ เพดานเบื้องบน นำน้ำผึ้งและข้าวตอกเป็นต้น ใส่จานทองให้นกกระทา บูชาด้วยดอกไม้นานาชนิด กระทำสักการะเป็นการใหญ่ ข่าวนกกระทา บอกมนต์แก่มาณพห้าร้อยในป่า ได้แพร่สะพัดไปทั่วชมพูทวีป. ครั้งนั้น ประชาชนในชมพูทวีปได้ป่าวร้องกันเล่นมหรสพเป็น การใหญ่ เหมือนมหรสพที่เล่นบนยอดภูเขา มารดาบิดาของมาณพ ทั้งหลายได้ฟังข่าวไปถึงบุตรว่า จงมาดูงานมหรสพ มาณพทั้งหลาย บอกลานกกระทาแล้ว ช่วยกันปิดบังนกกระทาผู้เป็นบัณทิต เหี้ย และ สัตว์ทั้งหมดตลอดจนอาศรมไม่ให้ใครรู้เห็น แล้วไปสู่เมืองของตน ๆ ในกาลนั้นดาบสชั่วร้ายไม่มีความกรุณาคนหนึ่ง ท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ มาถึงที่นั้น เหี้ยเห็นดาบสนั้นก็กระทำการต้อนรับ กล่าวว่า ข้าวสาร มีอยู่ที่โน้น น้ำมันเป็นต้นอยู่ที่โน้น ท่านจงหุงภัตรฉันเถิด ดังนี้แล้ว ก็ไปเพื่อหาอาหาร ดาบสหุงภัตรแต่เช้าทีเดียว ฆ่าลูกเหี้ยสองตัวทำเป็น กับข้าวบริโภค ตอนกลางวันฆ่านกกระทาผู้เป็นบัณฑิตและลูกโคกิน ตอนเย็นเห็นแม่โคเดินมาก็ฆ่าแม่โคนั้นเสีย กินเนื้อแล้วไปนอนหลับ กรนอยู่ที่โคนต้นไม้ เหี้ยมาในเวลาเย็นไม่เห็นลูกน้อยทั้งสอง ก็เที่ยว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka