สทฺธา ได้แก่ ผู้เหลืออยู่. บทว่า วิตฺตํ ได้แก่ ผู้มีจิตยินดีแล้ว. บทว่า
ตมหํ โน ความว่า เราเมื่อจะปฏิเสธ เพราะความที่ตนเป็นผู้รักษา
อุโบสถ จึงตอบกะเทวดานั้นว่า ไม่บริโภค เราไม่เพ้อดอกสหาย.
ลำดับนั้น อุปัฏฐากได้กล่าวคาถาที่ ๓ แก่สังขพราหมณ์นั้น
ว่า :-
ข้าแต่ท่านสังขพราหมณ์ วิสัยบุรุษผู้ยัง
ปรารถนาความสุข ได้พบเห็นเทวดาเป็นนี้แล้ว
ควรจะถามดูให้รู้แน่ ขอท่านจงลุกขึ้นประนม
มือถามเทวดานั้นว่า นางเป็นเทวดาหรือมนุษย์.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุขมาสึสมาโน ความว่า บุรุษ
ผู้เป็นบัณฑิต ผู้ยังปรารถนาความสุขเพื่อตน ได้พบเห็นเทวดาเช่นนี้
แล้ว ควรจะถามดูว่า ความสุขจักมีแก่เราหรือไม่ ? บทว่า อุฏฺเหิ
ความว่า ท่านเมื่อแสดงอาการลุกขึ้นจากน้ำ ชื่อว่า จงลุกขึ้น. บทว่า
ปญฺชลิกาภิปุจฺฉ คือจงเป็นผู้ประนมมือถาม. บทว่า อุท มานุสี
ความว่า หรือว่านางเป็นมนุษย์ผู้มีฤทธิ์มาก.
พระโพธิสัตว์คิดว่า อุปัฏฐากพูดถูก เมื่อจะถามนางเทพธิดานั้น
ได้กล่าวคาถาที่ ๔ ว่า :-