พระชนกชนนีของพระเจ้านิโครธราช แจ้งว่า นิโครธกุมารบุตรของ
ท่านได้ราชสมบัติแล้ว มาเถิดท่านเราจักไป ณ ที่นั้น พระชนกชนนีจึง
ห้ามว่า อย่าให้เราไปเลยสมบัติของเราก็มีอยู่แล้ว. โปติกกุมารจึงมาบอก
มารดาบิดาของสาขเสนาบดี ท่านทั้งสองนั้นก็ไม่ยอมไป จึงได้มาหา
มารดาบิดาของตน อ้อนวอนจะให้ไปอยู่ด้วย ท่านทั้งสองนั้นก็ห้ามเสีย
ว่า ลูกรัก เราจักขอเป็นอยู่ด้วยทำการชุนเช่นนี้ อย่าให้เราต้องไปเลย
โปติกะกุมารครั้นไม่ได้มารดาบิดาไปแล้ว ก็กลับมายังเมืองพาราณสี คิดว่า
จะไปพักที่เรือนของเสนาบดีให้หายเหนื่อย แล้วจึงจะเข้าเฝ้าพระเจ้านิ-
โครธราชต่อภายหลัง จึงไปที่ประตูเรือนเสนาบดี กล่าวกะนายประตูว่า
จงไปบอกท่านเสนาบดีว่า นายโปติกะสหายของท่านมาหานายประตูได้
ทำตามนั้น.
ฝ่ายสาขเสนาบดีผูกเวรในโปติกุมารว่า โปติกะนี้ไม่ให้ราช-
สมบัติแก่เรา ไปให้แก่นิโครธกุมารผู้สหายเสีย พอสาขเสนาบดีได้ฟัง
คำนั้นเท่านั้นก็โกรธออกมาว่าว่า ใครเป็นสหายของไอ้คนนี้ มันเป็น
คนบ้า ลูกอีทาสี จงจับมันไปแล้วให้บ่าวใช้มือเท้าศอกเข่าทุบถองจับคอ
ใสออกไป โปติกกุมารนั้นคิดว่า ไอ้สาขะมันได้ตำแหน่งเสนาบดีก็เพราะ
เรามันยังอกตัญญูประทุษร้ายมิตร ให้คนทุบถองขับไล่เรา แต่ท่าน
นิโครธเป็นบัณฑิตกตัญญู เป็นสัตบุรุษ เราจักไปเฝ้าท่าน แล้วไปยัง
ประตูพระราชวัง ให้นายประตูเข้าไปกราบทูลแด่พระราชาว่า นัยว่า
พระสหายของพระองค์ชื่อว่าโปติกะมาเฝ้าอยู่ที่ประตู พระราชารับสั่งให้
เข้ามา ครั้นทอดพระเนตรเห็นนายโปติกะมา ก็เสด็จลุกจากพระราช-