เป็นไปแล้วนั้น คือเมื่อเจริญวัยแล้ว อยู่กินกับภริยา ก็จักฝังพ่อเสียใน
หลุมบ้าง.
ลำดับนั้น บิดาได้กล่าวคำถาที่ ๔ แก่กุมารว่า :-
แน่ะพ่อ เจ้ามากล่าวกระทบกระเทียบขู่-
เข็ญพ่อด้วยวาจาหยาบคาย เจ้าเป็นลูกที่เกิด
แต่อกของพ่อ แต่หาได้มีความอนุเคราะห์เกื้อ-
กูลแก่พ่อไม่.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปกุพฺพมาโน แปลว่า ขู่เข็ญ.
บทว่า อาสชฺช แปลว่า กระทบกระเทียบ.
เมื่อบิดากล่าวอย่างนี้แล้วกุมารผู้เป็นบัณฑิต จึงกล่าวคาถา ๓
คาถา คือคาถาโต้ตอบคาถา ๑ คาถา อุทาน ๒ คาถาว่า :-
ข้าแต่พ่อ มิใช่ว่าฉันจะไม่มีความเกื้อกูล
อนุเคราะห์แก่พ่อ แม้ฉันก็มีความเกื้อกูลอนุ-
เคราะห์แก่พ่อ แต่เพราะฉันไม่กล้าจะห้ามพ่อ
ผู้ทำบาปกรรมโดยตรงได้ จึงได้พูดกระทบ-
กระเทียบเช่นนั้น.