Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 876

เล่ม มมร. 59 หน้า 876 ข้อ 1409
กุมารได้ฟังดังนั้นแล้ว กล่าวว่า ข้าแต่พ่อ ธรรมดาสตรีเมื่อเกิด โทสะขึ้นข่มไว้ไม่ได้เลย จึงทำชั่วบ่อย ๆ ควรที่พ่อจะขับแม่ของฉันไปเสีย ไม่ให้ทำชั่วเช่นนี้อีกได้ แล้วกล่าวคาถาที่ ๙ ว่า :- หญิงชั่วผู้เป็นเมียของพ่อ เป็นแม่บัง- เกิดเกล้าของตัวฉัน พ่อจงขับไล่ไปเสียจาก เรือนของตน เพราะแม่จะนำทุกข์อย่างอื่นมา ให้พ่ออีก. นายสวิฏฐกะได้ฟังคำของบุตรผู้เป็นบัณฑิตแล้ว มีความโสมนัส กล่าวว่า เราไปกันเถิดลูก แล้วขึ้นนั่งบนยานกับบุตรและบิดาไปบ้าน. ฝ่ายหญิงอนาจารนั้นก็ร่าเริงยินดีว่า คนกาลกรรณีออกจากเรือน เราไปแล้ว. จึงเอามูลโคสดมาทาเรือนหุงข้าวปายาสแล้วคอยแลดูทางที่ ผัวจะมา ครั้นเห็นมาทั้ง ๓ คนก็โกรธว่า พาคนกาลกรรณีที่ออกไป กลับมาอีกแล้ว. จึงคำว่า เจ้าคนร้าย เจ้าพาคนกาลกรรณีที่ออกไปแล้ว กลับมาอีกทำไม ? นายสวิฏฐกะไม่พูดอะไร ๆ ปลดยานแล้วจึงพูดว่า คนอนาจาร เจ้าว่าอะไร ? แล้วทุบนางนั้นเสียเต็มที่ กล่าวว่า แต่นี้ไป เจ้าอย่าเข้ามาเรือนนี้ แล้วจับเท้าลากออกไป ครั้นไล่ภรรยาไปแล้ว ก็ อาบน้ำให้บิดากับบุตร แม้ตนเองก็อาบ แล้วบริโภคข้าวปายาสพร้อมกัน ทั้ง ๓ คน หญิงใจบาปนั้นไปอยู่เรือนผู้อื่นได้ ๒ , ๓ วัน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka