Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 907

เล่ม มมร. 59 หน้า 907 ข้อ 1442
พราหมณ์ไปป่าช้าคุ้ยเขี่ยกองฟอนคร่ำครวญอยู่ เลิกละการงานทุกอย่าง เฝ้าแต่เที่ยวเศร้าโศก. เทพบุตรพิจารณาดูเห็นดังนั้น ทรงดำริว่า เราจัก ทำอุปมาอย่างหนึ่งระงับความโศก ครั้นเวลาพราหมณ์ไปป่าช้าคร่ำครวญ อยู่จึงแปลงเพศเป็นบุตรของพราหมณ์นั้น ประดับด้วยอาภรณ์ทุกอย่าง ยืนอยู่ ณ ประเทศแห่งหนึ่ง เอามือทั้ง ๒ ไว้เหนือศีรษะร้องไห้ด้วย เสียงอันดัง. พราหมณ์ได้ยินเสียงจึงแลดูเทพบุตรจำแลงนั้น กลับได้ ความรักในบุตร จึงได้เข้าไปใกล้เทพบุตร เมื่อจะถามว่า พ่อมาณพ เหตุไรเจ้าจึงมาร้องไห้คร่ำครวญอยู่กลางป่าช้านี้ จึงได้กล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :- ท่านประดับแล้วด้วยอาภรณ์ต่าง ๆ มี ต่างหูเกลี้ยงเกลา ทัดทรงระเบียบดอกไม้ ลูบไล้กระแจะจันทน์สีเหลือง ท่านมีทุกข์ อะไรหรือ จึงมากอดอกคร่ำครวญอยู่ในกลาง ป่า. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อลงฺกโต คือประดับแล้วด้วย อาภรณ์ต่าง ๆ. บทว่า มฏฺกุณฺฑลี คือประกอบด้วยต่างหูอันเกลี้ยง เกลา ซึ่งมีรูปร่างอันสำเร็จแล้ว. บทว่า มาลธารี คือทัดทรงระเบียบ ดอกไม้อันไพจิตร. บทว่า หริจนฺทนุสฺสโท คือลูบไล้ด้วยจันทน์มีสี ดังทอง. บทว่า วนมชฺเฌ คือในกลางป่าช้า. บทว่า กึ ทุกฺขิโต ตุวํ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka