Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 910

เล่ม มมร. 59 หน้า 910 ข้อ 1442
วรรณะ และวีถีทางของพระจันทร์และพระ- อาทิตย์ทั้ง ๒ ก็ยังปรากฏอยู่ ส่วนบุคคลผู้ ล่วงลับไปแล้ว ย่อมไม่ปรากฏเลย บรรดาเรา ๒ คนผู้คร่ำครวญอยู่ ใครเล่าหนอจะเป็นคน โง่เขลายิ่งกว่ากัน ? พึงทราบอธิบายในคาถาที่มาณพกล่าว. การขึ้นและการอัสดง ชื่อว่า คมนาคมนํ ในคาถานั้น. สีสรรนั่นแหละ ชื่อว่า วณฺณธาตุ ในคำว่า อุภเยตฺถ วีถิโย นี้ พึงทราบวินิจฉัยดังนี้ คือแม้ภูมิเป็นที่ไปและเป็นที่มาของพระจันทร์ และพระอาทิตย์ทั้ง ๒ ย่อมปรากฏอยู่ในอากาศว่า นี้เป็นวิถีของพระ- จันทร์นี้เป็นวิถีของพระอาทิตย์. บทว่า เปโต ปน ความว่า ส่วนสัตว์ผู้ไปแล้วสู่ปรโลก ย่อมไม่ปรากฏเลย. บทว่า โก นุ โข ความว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น บรรดาเรา ๒ คนผู้คร่ำครวญอยู่ ใครเล่าหนอจะเป็นคนเขลายิ่งกว่ากัน. เมื่อมาณพกล่าวอยู่อย่างนี้ พราหมณ์กำหนดความได้ จึงได้ กล่าวคาถา ว่า :- แน่ะมาณพ ท่านพูดจริง บรรดาเรา ทั้ง ๒ ผู้คร่ำครวญอยู่ เรานี่แหละเป็นคน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka