Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 921

เล่ม มมร. 59 หน้า 921 ข้อ 1452
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยสฺส ภายติ ความว่า ย่อมกลัว ความอยากข้าวอยากน้ำใดว่า เราให้แก่ชนเหล่าอื่นเสียแล้ว ก็จักกลาย เป็นคนอยากข้าวอยากน้ำเสียเอง. บทว่า ตเมว เป็นต้น ความว่า ความกลัว กล่าวคือความอยากข้าวอยากน้ำนั่นแหละ จะกลับมาถูกต้อง คือเบียดเบียนคนพาลนั้น ทั้งในโลกนี้และโลกหน้าในที่ที่เขาเกิดแล้ว เขาจะถึงความยากจนอย่างที่สุด. บทว่า มลาภิภู คิดครอบงำมลทินคือ ความตระหนี่. เศรษฐีได้ฟังคำของจันทเทพบุตรแม้นั้นแล้วกล่าวว่า ถ้าเช่นนั้น ท่านจงเข้าไปจักได้หน่อยหนึ่ง จันทเทพบุตรเข้าไปนั่งใกล้ท้าวสักกะ ต่อจากนั้นสุริยเทพบุตรปล่อยให้เวลาล่วงไปหน่อยหนึ่งแล้วมา เมื่อขอ ภัตได้กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :- ทานผู้ให้ให้ได้ยาก เพราะต้องครอบงำ ความตระหนี่ก่อนแล้วจึงให้ได้ การทำทานนั้น ทำยากแท้ อสัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมไม่ทำทาน ตามที่สัตบุรุษทำแล้ว ธรรมของสัตบุรุษอันคน อื่นรู้ได้ยาก. เพราะเหตุนั้น การไปจากโลกนี้ของ สัตบุรุษกับอสัตบุรุษจึงต่างกัน อสัตบุรุษย่อม ไปนรก สัตบุรุษย่อมไปสวรรค์.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka