บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยสฺส ภายติ ความว่า ย่อมกลัว
ความอยากข้าวอยากน้ำใดว่า เราให้แก่ชนเหล่าอื่นเสียแล้ว ก็จักกลาย
เป็นคนอยากข้าวอยากน้ำเสียเอง. บทว่า ตเมว เป็นต้น ความว่า
ความกลัว กล่าวคือความอยากข้าวอยากน้ำนั่นแหละ จะกลับมาถูกต้อง
คือเบียดเบียนคนพาลนั้น ทั้งในโลกนี้และโลกหน้าในที่ที่เขาเกิดแล้ว
เขาจะถึงความยากจนอย่างที่สุด. บทว่า มลาภิภู คิดครอบงำมลทินคือ
ความตระหนี่.
เศรษฐีได้ฟังคำของจันทเทพบุตรแม้นั้นแล้วกล่าวว่า ถ้าเช่นนั้น
ท่านจงเข้าไปจักได้หน่อยหนึ่ง จันทเทพบุตรเข้าไปนั่งใกล้ท้าวสักกะ
ต่อจากนั้นสุริยเทพบุตรปล่อยให้เวลาล่วงไปหน่อยหนึ่งแล้วมา เมื่อขอ
ภัตได้กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :-
ทานผู้ให้ให้ได้ยาก เพราะต้องครอบงำ
ความตระหนี่ก่อนแล้วจึงให้ได้ การทำทานนั้น
ทำยากแท้ อสัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมไม่ทำทาน
ตามที่สัตบุรุษทำแล้ว ธรรมของสัตบุรุษอันคน
อื่นรู้ได้ยาก.
เพราะเหตุนั้น การไปจากโลกนี้ของ
สัตบุรุษกับอสัตบุรุษจึงต่างกัน อสัตบุรุษย่อม
ไปนรก สัตบุรุษย่อมไปสวรรค์.