Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 73

เล่ม มมร. 60 หน้า 73 ข้อ 1570 1571 1572 1573 1574 1575 1576
[๑๕๗๐] ถ้าผู้ที่คร่ำครวญหลงเบียดเบียนตนอยู่ จะพึงได้รับประโยชน์สักเล็กน้อยไซร้ บัณฑิตผู้มีปรีชา ก็จะพึงทำเช่นนั้นบ้าง. [๑๕๗๑] ผู้เบียดเบียนตนเองตนอยู่ ย่อมซูบ ผอมปราศจากผิวพรรณ สัตว์ผู้ละไปแล้วไม่ได้ช่วยคุ้ม ครองรักษา ด้วยการร่ำไห้นั้นเลย การร่ำไห้ไร้ ประโยชน์. [๑๕๗๒] คนฉลาดพึงดับไฟที่ไหม้เรือนด้วยน้ำ ฉันใด คนผู้เป็นนักปราชญ์ได้รับการศึกษามาดีมี ปัญญาเฉลียวฉลาด พึงรีบกำจัดความโศกที่เกิดขึ้นโดย ฉับพลัน เหมือนลมพัดปุยนุ่นฉันนั้น. [๑๕๗๓] คน ๆ เดียวนั้นตายไป คนเดียวเท่านั้น เกิดในตระกูล ส่วนการคบหากันของสรรพสัตว์ มีความ เกี่ยวข้องกันเป็นอย่างยิ่ง. [๑๕๗๔] เพราะเหตุนั้นแล ความเศร้าโศกแม้ จะมากมายก็ไม่ทำจิตใจของนักปราชญ์ ผู้เป็นพหูสูต มองเห็นโลกนี้และโลกหน้า รู้ทั่วถึงธรรมให้เร่าร้อนได้. [๑๕๗๕] เราจักให้ยศ และโภคสมบัติ แก่ผู้ที่ควร จะได้ จักทะนุบำรุงภรรยา ญาติทั้งหลาย และคนที่ เหลือ นี้เป็นกิจของบัณฑิตผู้ปรีชา. [๑๕๗๖] พระเจ้ารามผู้มีพระศอดุจกลองทอง มี พระพาหาใหญ่ ทรงครอบครองราชสมบัติอยู่ตลอด ๑๖,๐๐๐ ปี. จบทสรถชาดกที่ ๗
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka