[๑๕๗๐] ถ้าผู้ที่คร่ำครวญหลงเบียดเบียนตนอยู่
จะพึงได้รับประโยชน์สักเล็กน้อยไซร้ บัณฑิตผู้มีปรีชา
ก็จะพึงทำเช่นนั้นบ้าง.
[๑๕๗๑] ผู้เบียดเบียนตนเองตนอยู่ ย่อมซูบ
ผอมปราศจากผิวพรรณ สัตว์ผู้ละไปแล้วไม่ได้ช่วยคุ้ม
ครองรักษา ด้วยการร่ำไห้นั้นเลย การร่ำไห้ไร้
ประโยชน์.
[๑๕๗๒] คนฉลาดพึงดับไฟที่ไหม้เรือนด้วยน้ำ
ฉันใด คนผู้เป็นนักปราชญ์ได้รับการศึกษามาดีมี
ปัญญาเฉลียวฉลาด พึงรีบกำจัดความโศกที่เกิดขึ้นโดย
ฉับพลัน เหมือนลมพัดปุยนุ่นฉันนั้น.
[๑๕๗๓] คน ๆ เดียวนั้นตายไป คนเดียวเท่านั้น
เกิดในตระกูล ส่วนการคบหากันของสรรพสัตว์ มีความ
เกี่ยวข้องกันเป็นอย่างยิ่ง.
[๑๕๗๔] เพราะเหตุนั้นแล ความเศร้าโศกแม้
จะมากมายก็ไม่ทำจิตใจของนักปราชญ์ ผู้เป็นพหูสูต
มองเห็นโลกนี้และโลกหน้า รู้ทั่วถึงธรรมให้เร่าร้อนได้.
[๑๕๗๕] เราจักให้ยศ และโภคสมบัติ แก่ผู้ที่ควร
จะได้ จักทะนุบำรุงภรรยา ญาติทั้งหลาย และคนที่
เหลือ นี้เป็นกิจของบัณฑิตผู้ปรีชา.
[๑๕๗๖] พระเจ้ารามผู้มีพระศอดุจกลองทอง มี
พระพาหาใหญ่ ทรงครอบครองราชสมบัติอยู่ตลอด
๑๖,๐๐๐ ปี.
จบทสรถชาดกที่ ๗