Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 100

เล่ม มมร. 60 หน้า 100 ข้อ 1600
เรือปลอดภัยไปได้ ๗ วัน ลำดับนั้น ลมมิใช่กาลบังเกิดพัดผันขึ้นแล้ว เรือ ลอยไปเหนือสมุทรตลอด ๔ เดือนทีเดียว จึงถึงสมุทรตอนที่มีชื่อว่า ขรุมาลี ในสมุทรตอนชื่อว่าขรุมาลีนั้น ฝูงปลามีสรีระคล้ายคน มีจมูกแหลม พากัน ดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำ พวกพ่อค้าเห็นฝูงปลานั้นแล้ว เมื่อจะถามชื่อสมุทร ตอนนั้นกะพระมหาสัตว์ กล่าวคาถาที่ ๑ ว่า พวกมนุษย์จมูกแหลมดำผุดดำว่ายอยู่ พวก ข้าพเจ้าขอถามท่าน สุปปารกะ ทะเลนี้ชื่ออะไร. พระมหาสัตว์ถูกพวกนั้นพากันถามอย่างนี้แล้ว เทียบทานดูตาม ตำรับต้นหน จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า เมื่อท่านทั้งหลาย ผู้เป็นพ่อค้าแสวงหาทรัพย์ ออกจากท่าชื่อ ภรุกัจฉะ ครั้นเรือแล่นไปผิดทางมาถึง ทะเลตอนนี้เขาเรียกกันว่า ขุรมาลี. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปยาตานํ ความว่า เมื่อพวกเธอซึ่งเป็น พ่อค้าพากันออกเรือจากท่าภรุกัจฉะ. บทว่า ธเนสินํ ความว่า พวกเธอ ผู้เป็นพ่อค้าไปแสวงหาทรัพย์. บทว่า นาวาย วิปฺปนฏฺาย ความว่า พ่อคุณ ทั้งหลาย ครั้นเรือของพวกเธอลำนี้ถูกกรรมบังคับแล่นไปผิดประเทศ สมุทรตอน ที่ผ่านพ้นสมุทรปกติซึ่งถึงเข้านี้ ท่านเรียกว่า ขุรมาลี บัณฑิตทั้งหลาย ท่าน แสดงสมุทรตอนนี้ไว้อย่างนี้. ก็แลในสมุทรตอนนั้นมีเพชรพร้อมมูล พระมหาสัตว์คิดว่า ถ้าเราบอก แก่พวกเหล่านั้นอย่างนี้ ตอนนี้เป็นสมุทรมีเพชร พวกนี้จักพากันเอาแต่เพชรให้ มากด้วยความโลภ ถึงให้เรือจมเสียก็ได้ จะไม่ยอมบอกเลย ให้ชะลอเรือไว้ ใช้อุบายให้จับเชือกทิ้งข่ายลงไป โดยทำนองที่จะจับปลา ขนก้อนเพชรขึ้นใส่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka