คนที่เป็นมิตรย่อมคบหาผู้ที่เป็นมิตรของเพื่อน
ไม่คบหาผู้ที่ไม่ใช่มิตรของเพื่อน ห้ามปรามผู้ที่ด่า
ติเตียนเพื่อน สรรเสริญผู้ที่พรรณนาคุณความดีของ
เพื่อน.
คนที่เป็นมิตร ย่อมบอกความลับแก่เพื่อน ปิด
ความลับของเพื่อน สรรเสริญการงานของเพื่อน
สรรเสริญปัญญาของเพื่อน.
คนที่เป็นมิตรย่อมยินดีในความเจริญของเพื่อน
ไม่ยินดีในความเสื่อมของเพื่อน ได้อาหารมีรสอร่อย
ย่อมระลึกถึงเพื่อน ยินดีอนุเคราะห์เพื่อนว่า อย่างไร
หนอ เพื่อนของเราพึงจะได้ลาภจากที่นี้บ้าง.
บัณฑิตเห็นแล้ว ได้ฟังแล้ว พึงรู้ว่ามิตรด้วย
อาการเหล่าใด อาการดังกล่าวมา ๑๖ ประการนี้ มีอยู่
ในบุคคลผู้เป็นมิตร.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น นํ อุมฺหยเต ความว่า คนที่มิใช่
มิตร เห็นมิตรปฏิรูป ไม่กระทำความยิ้มแย้ม ไม่แสดงอาหารร่าเริง. บทว่า
น จ นํ ปฏินนฺทติ ความว่า เมื่อรับถ้อยคำของเขาแล้ว ไม่ชื่นชม
ไม่ยินดี. บทว่า จกฺขูนิ จสฺส ททา ความว่า เมื่อเพื่อนแลดูตัว ๆ ก็ไม่
แลดูเสีย. บทว่า ปฏิโลมญฺจ ความว่า กล่าวย้อนถ้อยคำเพื่อน คือเป็นศัตรู.
บทว่า วณฺณกาเม ความว่า เมื่อกล่าวสรรเสริญคุณเพื่อน. บทว่า
นกฺขาติ ความว่า คนมิใช่มิตร ย่อมไม่บอกความลับของตนแก่เพื่อน. บทว่า
กมฺมนฺตสฺส ความว่า ย่อมพรรณนากรรมที่เพื่อนนั้นทำ. บทว่า ปญฺสฺส
ความว่าไม่สรรเสริญปัญญาของเพื่อน ไม่สรรเสริญเพื่อนผู้ที่สมบูรณ์ด้วยญาณ.