Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 293

เล่ม มมร. 60 หน้า 293 ข้อ 1826 1827
เห็นปานนั้น. บทว่า ปมชฺเชยฺยํ ความว่า อาตมภาพถึงความประมาทเสีย คือพึงปรารถนาสิริสมบัติของท่าน ในเมื่อตบะกรรมอาตมภาพบำเพ็ญเพื่อต้อง การพระนิพพาน มาปรารถนาตำแหน่งท้าวสักกะเสียเล่า อาตมาภาพต้องได้ นามว่าเป็นผู้ประมาท การเห็นท่านเป็นภัยแก่อาตมาภาพอย่างนี้. ท้าวสักกเทวราชรับคำว่า ดีละ พระคุณเจ้า ตั้งแต่บัดนี้ข้าพเจ้าจัก ไม่มาสู่สำนักพระคุณเจ้าละ บังคมท่านขอสมาแล้วก็ครรไลหลีกไป พระมหาสัตว์ อยู่ ณ ที่นั้นเองตลอดชีวิต เจริญพรหมวิหารธรรมบังเกิดในพรหมโลกแล้ว. พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า ท้าวสักกะในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระอนุรุทธะ ส่วนอกิตติบัณฑิต คือ เราตถาคตแล. จบอรรถกถาอกิตติชาดก ๘. ตักการิยชาดก ว่าด้วยการพูดดีเป็นศรีแก่ตัว [๑๘๒๖] ดูก่อนพ่อตักการิยะ ฉันเองเป็นคน โง่เขลา กล่าวคำชั่วช้าเหมือนกบในป่าร้องเรียกงูมา ให้กินตนฉะนั้น ฉันน่าจะตกลงไปในหลุมนี้ ได้ยิน มาว่า บุคคลที่พูดล่วงเลยขอบเขตไม่ดีเลย. [๑๘๒๗] บุคคลที่พูดล่วงเลยขอบเขต ย่อมได้ ประสบการจองจำ การถูกฆ่า ความเศร้าโศกและความ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka