Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 325

เล่ม มมร. 60 หน้า 325 ข้อ 1853
อนึ่ง ผู้ใดเมื่อก่อนเป็นคนใจดี คนทั้งหลายนับถือว่า เป็นญาติ เป็นมิตรหรือเป็นสหาย ภายหลังผู้นั้นกลับ กลายเป็นศัตรูไปก็ได้ ใจของมนุษย์รู้ได้ยากอย่างนี้. พระราชาทรงสดับดังนั้นแล้ว ตรัสว่า พญามฤคอย่าได้หมิ่นฉันอย่างนี้ ฉันน่ะแม้จะละทิ้งราชสมบัติ ก็จักไม่ขอละทิ้งพรที่ให้แก่เธอเลย เชื่อเถิด จงรับพรของฉันเถิด. พระมหาสัตว์เมื่อรับพรจากสำนักของท้าวเธอ ขอรับพร คืออภัยทานแก่สรรพสัตว์ตั้งต้นแต่ตนไป. ฝ่ายพระราชาก็โปรดประทานพร แล้วพาพระมหาสัตว์สู่พระนคร ตรัสสั่งให้ประดับพระนครและพระมหาสัตว์ เชิญให้แสดงธรรมแก่พระเทวี. พระมหาสัตว์แสดงธรรมแก่พระราชาและราช- บริษัทตั้งต้นแต่พระเทวี ด้วยภาษามนุษย์อย่างไพเราะ ตักเตือนพระราชา ด้วยทศพิธราชธรรมสั่งสอนมหาชนแล้วเข้าป่า แวดล้อมไปด้วยหมู่มฤค พำนัก อาศัยอยู่. พระราชาทรงสั่งคนให้เที่ยวตีกลองร้องประกาศไปในพระนครว่า เราให้อภัยแก่สรรพสัตว์ ฝูงเนื้อกินข้าวกล้าของหมู่คน ใคร ๆ ก็ไม่อาจห้าม ได้. มหาชนพากันไปสู่ท้องพระลานหลวงร้องทุกข์ขึ้น. พระศาสดาเมื่อทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสพระคาถานี้ว่า ชาวชนบทและชาวนิคมทั้งหลาย มาประชุม พร้อมกันร้องทุกข์ว่า ฝูงเนื้อพากันมากินข้าว ขอ พระองค์จงตรัสห้ามฝูงเนื้อนั้นเสียบ้าง พระเจ้าข้า. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เทโว ความว่า ขอพระองค์จงตรัสห้าม หมู่เนื้อนั้น. พระราชาทรงสดับดังนั้นแล้ว จึงตรัสสองพระคาถาว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka