พวกปุถุชนไม่รู้เลย. ต่อจากนั้นทรงถามปัญหา ในวิสัยพระสกทาคามี พระ-
อนาคามี พระขีณาสพ และพระมหาสาวกโดยลำดับ. ท่านที่ดำรงในชั้นต่ำ ๆ
ไม่ทราบปัญญาแม้นั้นเลย ท่านที่ดำรงในภูมิสูง ๆ เท่านั้นพากันกราบทูลแก้.
แม้ถึงปัญหาในวิสัยแห่งอัครสาวก พระอัครสาวกกราบทูลแก้ได้. พวกอื่น
ไม่รู้เลย ต่อจากนั้นตรัสถามปัญหาในวิสัยแห่งพระสารีบุตรเถรเจ้า. พระเถร-
เจ้าองค์เดียวกราบทูลแก้ได้. พวกอื่นไม่รู้เลย ฝูงคนพากันถามว่า พระเถรเจ้า
ที่กราบทูล กับพระศาสดานั้น มีนามว่าอะไร พอฟังว่า ท่านเป็นธรรม
เสนาบดีมีนามว่า สารีบุตรเถรเจ้า ต่างกล่าวว่า โอ้ โฮ มีปัญญามากจริง ๆ
ตั้งแต่บัดนั้นคุณคือปัญญาอันมากของพระเถรเจ้าก็ได้ปรากฏ ไปในกลุ่มเทพย-
ดาและมนุษย์ ครั้งนั้นพระศาสดาตรัสถามปัญหาในพุทธวิสัยกะท่านว่า
ชนเหล่าใดเล่า มีธรรมอันกำหนดได้แล้วสิ ชน
เหล่าใดเล่าที่ยังต้องศึกษา มีจำนวนมากในธรรมวินัยนี้
ดูก่อนท่านผู้ไร้ทุกข์ เธอมีปัญญารักษาตัวรอด ถูกเรา
ถาม เชิญบอกความเป็นไปแห่งชนเหล่านั้นแก่เราดังนี้
แล้วตรัสว่า สารีบุตร เธอพึงเห็นความแห่งภาษิต โดยย่อนี้ได้โดยพิสดาร
อย่างไรเล่าหนอ. พระเถรเจ้าตรวจดูปัญหาแล้ว เห็นว่า พระศาสดาตรัสถาม
ปฏิปทาอันเป็นทางบรรลุ แห่งพระเสขะและพระอเสขะกะเรา เลยหมดสงสัย
คงกังขาในพระอัธยาศัยว่า อันปฏิปทาทางบรรลุอาจกล่าวแก้ได้ โดยมุขเป็น
อันมากด้วยอำนาจขันธ์เป็นต้น เมื่อเรากราบทูลแก้โดยอาการไรเล่า ถึงจัก
สามารถยึดพระอัธยาศัยของพระศาสดาได้. พระศาสดาทรงทราบว่า สารีบุตร
หมดสงสัยในข้อปัญหา แต่ยังกังขาในอัธยาศัยของเรา แม้นว่าเรายังไม่ให้นัย
เธอไม่อาจกล่าวแก้ได้ จักต้องให้นัยแก่เธอ เมื่อจะประทานนัย ตรัสว่า สารีบุตร