Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 4 หน้าที่ 939

เล่ม มมร. 4 หน้า 939 ข้อ 872
ทั้งสองไม่รู้อรรถ ทั้งสองไม่เห็น ธรรม คือพราหมณ์ผู้สอนมนต์โดยไม่เคารพ ธรรม และพระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงเรียนมนต์ โดยไม่เคารพธรรม. พราหมณ์นั้นกล่าวคาถาว่าดังนี้:- เพราะข้าวสุกแห่งข้าวสาลีอันขาว ผสมกับแกงเนื้อ ข้าพเจ้าบริโภคแล้ว ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงมิได้ประพฤติอยู่ในธรรม ที่เหล่า พระอริยะสรรเสริญแล้ว. บุรุษจัณฑาลนั้นได้กล่าวสองคาถาว่าดังนี้:- ท่านพราหมณ์ เราติเตียนการได้ ทรัพย์และการได้ยศ เพราะนั่นเป็นการเลี้ยง ชีพโดยความเป็นเหตุให้ตกต่ำและเป็นการ เลี้ยงชีพโดยทางที่ไม่ชอบธรรม จะประโยชน์ อันใดด้วยการเลี้ยงชีพเช่นนั้น ท่านจงรีบ ออกไปเสียเถิด ท่านมหาพราหมณ์ แม้สัตว์ ที่มีชีวิตเหล่าอื่นก็ยังหุงหากินได้ ความ อาธรรมที่ท่านได้ประพฤติมาแล้ว อย่าได้ ทำลายท่านดุจก้อนหินทำลายหม้อน้ำฉะนั้น. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท [๘๗๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ในกาลครั้งนั้น พราหมณ์นั่งบน อาสนะต่ำสอนมนต์แก่พระเจ้าแผ่นดินผู้ประทับนั่งบนพระราชอาสน์สูง ยังไม่ เป็นที่พอใจของเรา ไฉนในกาลบัดนี้ จักพอใจที่ภิกษุนั่งบนอาสนะต่ำแล้ว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka