Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 510

เล่ม มมร. 60 หน้า 510 ข้อ 2007 2008 2009
ตั้งใจว่า เมื่อคนทั้งหลายในบ้านหรือนิคมไม่ให้อะไรๆ พวกเราจักไม่ลุกขึ้น ข้าแต่พระราชา ชนเหล่านั้น แม้จะเหมือนกับผู้กดขี่ข่มเหง ก็ยังเรียกกันว่าเป็น พราหมณ์ ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้น แก่พระองค์แล้ว เราจักต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือ หาไม่ พระเจ้าข้า. [๒๐๐๗] (พระเจ้าโกรัพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูก่อน วิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็น พราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจง แสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้น จากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ ทานแล้วจักมีผลมาก. [๒๐๐๘] ชนทั้งหลายมีเล็บและขนรักแร้งอกยาว ฟันเขลอะ มีธุลีบนศีรษะเกรอะกรังด้วยฝุ่นละออง เป็นพวกยาจกท่องเที่ยวไป ข้าแต่พระราชา ชนพวกนั้น แม้จะเหมือนกับมนุษย์ขุดตอ ก็ยังเรียกกันว่าเป็น พราหมณ์ ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้า กราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจะ ต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือไม่ พระเจ้าข้า. [๒๐๐๙] (พระเจ้าโกรัพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูก่อน วิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka