Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 537

เล่ม มมร. 60 หน้า 537 ข้อ 2032
อาตมภาพยังขุดเผือก มันมือเสือ มันนก ยัง เก็บข้าวฟ่างและลูกเดือยมาตากตำ เที่ยวหาฝักบัว เหง้าบัว น้ำผึ้ง เนื้อสัตว์ พุทรา และมะขามป้อมมา บริโภค ความยึดถือนั้นของอาตมายังมีอยู่ เมื่ออาตมา ยังหุงต้ม ก็ควรถวายโภชนะแก่ท่านผู้ไม่หุงต้ม ยังมี กังวลก็ควรถวายโภชนะแก่ผู้ไม่มีความห่วงใย ยังมี ความถือมั่น ก็ควรถวายโภชนะแก่ท่านผู้ไม่มีความ ถือมั่น. บัดนี้ กระผมขอถามท่านภิกษุผู้นั่งนิ่ง มีวัตร อันดี พระฤาษีถวายภัตตาหารอันปรุงด้วยเนื้อสะอาด แก่ท่านดังนั้น ท่านรับภัตตาหารนั้นแล้วนั่งนิ่ง ฉันอยู่ องค์เดียว ไม่เชื้อเชิญใคร ๆ อื่น กระผมขอนมัสการ แก่พระคุณท่าน นี้เป็นธรรมอะไรของพระคุณท่าน. อาตมาไม่ได้หุงต้มเอง ไม่ได้ให้ใครหุงต้ม ไม่ ได้ตัดเอง ไม่ได้ให้ใครตัด ฤาษีรู้ว่าอาตมาไม่มีความ กังวล เป็นผู้ห่างไกลจากบาปทั้งปวง จึงถือภิกษาหาร ด้วยมือซ้าย ถือเต้าน้ำด้วยมือขวา ถวายภัตตาหารอัน ปรุงด้วยเนื้อสะอาดแก่อาตมา บุคคลเหล่านี้ยังมีความ ห่วงใย ยังมีความยึดถือ จึงสมควรจะให้ทาน อาตมา เข้าใจเอาว่า การที่บุคคลเชื้อเชิญผู้ให้นั้นเป็นการผิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิวนํ ความว่า เคยเสด็จมาสู่ชายแดนนี้ อันเป็นเสมือนป่าที่หาน้ำมิได้. บทว่า กูฏาคารวรูเปตํ ความว่า เคยเสด็จ เข้าไปแต่พระตำหนักอันประเสริฐ คือเคยประทับอยู่ในพระตำหนักอันประเสริฐ. บทว่า มหาสยนมุปาสิตํ คือเคยเสด็จเข้าสู่พระแท่นสิริยาสน์อันตกแต่งไว้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka