Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 539

เล่ม มมร. 60 หน้า 539 ข้อ 2032
บทว่า ธุนิสามากนิวารํ ความว่า ยังสลัดข้าวฟ่างและลูกเดือย. บทว่า สสาทิยํ ปสาทิยํ ความว่า เมื่อสลัดข้าวฟ่างและลูกเดือยเหล่านั้นได้ก็ผึ่งแดด แล้วซ้อมที่ แห้งแล้วอีก ฟัดด้วยกระด้ง คำเป็นข้าวสารนำมาหุงต้มบริโภค. บทว่า สากํ ได้แก่ ผักชนิดหนึ่งที่เป็นกับข้าวได้. บทว่า มํสํ ได้แก่ เนื้อมีเนื้ออันเป็นเดน ราชสีห์และเสือโคร่ง เป็นต้น. บทว่า ตานิ อาหตฺถ ความว่า นำผักเป็นต้น เหล่านั้นมา. บทว่า อมมสฺส ได้แก่ ผู้หมดความห่วงใยว่าของเราด้วยอำนาจ ตัณหาและทิฏฐิ. บทว่า สกิญฺจโน ได้แก่ ยังมีความห่วงใย. บทว่า อนาทานสฺส ได้แก่ ผู้ไม่ยึดถือ. บทว่า ทาตุมรหามิ ความว่า ย่อมควรเพื่อจะให้โภชนะที่ตน ได้แล้วแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า เห็นปานนี้. บทว่า ตุณฺหิมาสินํ คือนั่งไม่พูด กะใคร ๆ. บทว่า อกิญฺจนํ คือผู้เว้นจากความห่วงใยด้วยอำนาจราคะเป็นต้น. บทว่า อารนํ ได้แก่ เว้นขาดแล้ว คือละบาปทั้งปวงตั้งอยู่. บทว่า กมณฺฑลุํ ได้แก่ ลักจั่น. บทว่า เอเต หิ ความว่า พระปัจเจกพุทธเจ้า ท่านเหยียด มือชี้ว่า คนทั้ง ๓ มีพระราชาเป็นต้นเหล่านี้. บทว่า ทาตุมรหนฺติ ความว่า ย่อมควรที่จะให้แก่บุคคลเช่นเรา. บทว่า ปจฺจนีกํ ความว่า ความจริงการ เชื้อเชิญผู้ให้นะ เป็นปฏิปทาที่ผิด คือนี้เป็นการเลี้ยงชีวิตด้วยการแสวงหา ปิณฑะตอบแทนบิณฑะ อย่างใดอย่างหนึ่ง ในบรรดาอเนสนา ๒๑ อย่างย่อม ชื่อว่าเป็นมิจฉาปฏิบัติ. กุฎุมพีฟังคำนั้นของท่านแล้วดีใจ กล่าวคาถาสุดท้าย ๒ คาถาว่า วันนี้พระราชาผู้ประเสริฐเสด็จมา ณ ที่นี้เพื่อ ประโยชน์แก่ข้าพระพุทธเจ้าหนอ ข้าพระพุทธเจ้าเพิ่ง ทราบชัดวันนี้เองว่า ทานที่ให้ในท่านผู้ใดจักมีผลมาก พระราชาทั้งหลายทรงกังวลอยู่ในแว่นแคว้น พราหมณ์ ทั้งหลายกังวลอยู่ในกิจน้อยกิจใหญ่ ฤาษีกังวลอยู่ใน เหง้ามันและผลไม้ ส่วนพวกภิกษุหลุดพ้นได้แล้ว.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka