Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 44

เล่ม มมร. 61 หน้า 44 ข้อ 2065
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุตมญฺโต เม ความว่า ถ้อยคำที่ว่า เชษฐาภาดาของพระเจ้าสัมภูตะ นามว่า จิตตบัณฑิตนี้ เจ้าได้ยินมาแต่สำนัก จิตตบัณฑิตคนนั้น ผู้กล่าวอยู่หรือ ? บทว่า โกจิ นํ ความว่า หรือว่าใคร บอกเนื้อความนี้แก่เจ้าว่า จิตตบัณฑิตผู้พระภาดาของพระเจ้าสัมภูตราชเราเห็น แล้ว. บทว่า สุคีตา ความว่า คาถานี้เจ้าขับดีแล้ว แม้โดยประการทั้งปวง เราไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยในเพลงขับนี้. บทว่า คามวรํ สตญฺจ ความว่า พระเจ้าสัมภูตราชตรัสว่า เราจะให้บ้านส่วยร้อยตำบลเป็นรางวัลแก่เจ้า. ลำดับนั้น กุมารจึงกล่าวคาถาที่ ๕ ความว่า ข้าพระพุทธเจ้าหาใช่จิตตะไม่ ข้าพระพุทธเจ้า ฟังคำนี้มาจากคนอื่น และฤาษีได้บอกเนื้อความนี้ แก่ข้าพระพุทธเจ้าแล้วสั่งว่า เจ้าจงไปขับคาถานี้ ตอบ ถวายพระราชา พระราชาทรงพอพระทัยแล้ว จะพึง พระราชทานบ้านส่วยให้แก่เจ้าบ้างกระมัง. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอตมตฺถํ ความว่า พระฤาษีรูปหนึ่ง นั่งอยู่ในพระอุทยานของพระองค์ บอกเนื้อความนี้แก่ข้าพเจ้า. พระเจ้าสัมภูตราชทรงสดับถ้อยคำนั้นแล้ว ทรงพระดำริว่า ชะรอย พระดาบสนั้น จักเป็นจิตตบัณฑิตผู้เชษฐภาดาของเรา เราจักไปพบพระเชษฐ- ภาดาของเรานั้น เมื่อจะตรัสใช้ให้ราชบุรุษเตรียมกระบวน จึงตรัสพระคาถา สองคาถา ความว่า ราชบุรุษทั้งหลาย จงเทียมราชรถของเรา จัดแจงให้ดี ผูกรัดจัดสรรให้งดงามวิจิตร จงผูกรัด สายประคนมงคลหัตถี นายหัตถาจารย์จงขึ้นประจำคอ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka