Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 209

เล่ม มมร. 61 หน้า 209 ข้อ 2207
ได้ยาก ก็ถ้าเธอขอร้องเราถึงเรื่องนั้น เราก็อยากไปดู นิเวศน์ของเธอ ดังนี้. เมื่อจะประกาศกำชับว่า เธอควรจะรู้จักคุณที่เราทำแล้วแก่เธอ ส่วน ตัวเราเอง ย่อมรู้สิ่งที่ควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อได้ดังนี้ จึงตรัสพระคาถานอกนี้ ความว่า เธอเป็นผู้มีพิษร้ายแรงยิ่ง มีเดชมาก ทั้งโกรธง่าย เธอหลุดพ้นจากที่คุมขังไปได้ ก็เพราะเหตุที่เราช่วย เหลือ เธอควรจะรู้บุญคุณที่เราทำไว้แก่เธอ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุฬารา แปลว่า ร้ายแรงอย่างยิ่ง. บทว่า ชานิตเว แปลว่า ควรจะรู้. พระมหาสัตว์ เมื่อจะทำสัตย์สาบาน เพื่อให้พระราชาทรงเชื่อต่อไป จึงกล่าวคาถา ความว่า ข้าพระพุทธเจ้าถูกคุมขังอยู่ในกระโปรงเกือบจะ ถึงความตาย จักไม่รู้จักอุปการคุณที่พระองค์ทรงกระ- ทำแล้วเช่นนั้น ก็ขอให้ข้าพระพุทธเจ้าจงหมกไหม้อยู่ ในนรก อันแสนร้ายกาจ อย่าได้รับความสำราญกาย สักหน่อยหนึ่งเลย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปจฺจตํ แปลว่า จงหมกไหม้. บทว่า กมฺมกตํ ความว่า นาคราชกราบทูลว่า หากข้าพระพุทธเจ้าไม่รู้จักอุปการคุณ ที่บุคคลทำแล้ว เช่นพระองค์อย่างนี้ ขอข้าพระพุทธเจ้า จงมีอันเป็นเห็น ปานนี้เถิด. ลำดับนั้น พระราชาทรงเชื่อถ้อยคำของพระมหาสัตว์ เมื่อจะทรงชมเชย จึงตรัสพระคาถา ความว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka