Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 214

เล่ม มมร. 61 หน้า 214 ข้อ 2207
อนึ่ง มหานทีอันชุ่มชื่น ดาษดื่นไปด้วยปลามี เกล็ดหนานานาชนิด มีอาทาสสกุณปักษีร่ำร้องไพเราะ จับใจ ทั้งท่าขึ้นลงนทีธารก็ราบรื่นเป็นอันดี แม่น้ำ เช่นนั้นจะได้มีอยู่ในมนุษยโลกก็หาไม่ ดูก่อนพระยา- นาคราช ท่านบำเพ็ญตบธรรมเพื่อประโยชน์อะไร. ฝูงนกกระเรียน ฝูงนกยูง ฝูงหงส์ และฝูงนก ดุเหว่าทิพย์ ร่ำร้องเสียงไพเราะจับใจ ต่างก็โผผินบิน จับอยู่บนต้นไม้ ทิพยสกุณาเช่นนี้ จะได้มีในมนุษย- โลกก็หาไม่ ดูก่อนพระยานาคราช ท่านบำเพ็ญตบธรรม เพื่อประโยชน์อะไร. ต้นมะม่วง ต้นสาละ ทั้งช้างน้าว อ้อยช้างและ ต้นชมพู่ ต้นคูนและแคฝอย ผลิตดอกออกผลเป็น พวง ๆ ทิพยรุกขชาติเช่นนี้ จะได้มีอยู่ ในมนุษยโลก ก็หาไม่ ดูก่อนพระยานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะเพื่อ ประโยชน์อะไร. อนึ่ง ทิพยสุคนธ์รอบ ๆ สระโบกขรณีเหล่านี้ หอมฟุ้งอยู่เป็นนิตย์ ทิพยสุคนธ์เช่นนี้ จะมีอยู่ใน มนุษยโลกก็หามิได้ ดูก่อนพระยานาคราช ท่านบำเพ็ญ ตบธรรมเพื่อประโยชน์อะไร. (จัมเปยยนาคราช ทูลว่า) ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอม ประชาชน ข้าพระพุทธเจ้าบำเพ็ญตบธรรมเพราะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka