Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 217

เล่ม มมร. 61 หน้า 217 ข้อ 2207
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นาริโย จ ความว่า พระราชาตรัสว่า เราเห็นนางนาคกัญญาทั้งหลายเหล่านั้น ของท่านและตัวท่านแล้ว จักกระทำบุญ เป็นอันมาก. ลำดับนั้น พระยานาคราชกราบทูลพระราชาว่า ชนเหล่าใด มีปัญญาเป็นพหูสูต ตรึกตรอง เหตุการณ์ถี่ถ้วนมาก ชนเหล่านั้นควรคบหาแท้ทีเดียว ข้าแต่พระมหาราชา พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็น นางนาคกัญญา และตัวข้าพระพุทธเจ้าแล้ว ขอจง บำเพ็ญบุญให้มากเถิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กโรหิ ความว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์พึงกระทำ (บุญกุศลให้มาก ๆ เถิด). ครั้นพระมหาสัตว์กราบทูลอย่างนี้แล้ว พระเจ้าอุคคเสนะ ทรงมีพระ ประสงค์จะเสด็จกลับไปยังมนุษยโลก จึงตรัสอำลาว่า ดูก่อนท่านนาคราช เรามาอยู่ก็เป็นเวลานาน จำจักต้องลากลับไปยังมนุษยโลก. ลำดับนั้น พระมหาสัตว์เจ้าจึงทูลท้าวเธอว่า ขอเดชะ พระมหาราชเจ้า ถ้าเช่นนั้นพระองค์โปรดเลือกถือเอาทรัพย์สมบัติไปตามพระประสงค์เถิด เมื่อ จะทรงแสดงทรัพย์สมบัติ จึงกราบทูลว่า กองเงินและกองทอง ของข้าพระพุทธเจ้านี้มาก มาย สูงประมาณเท่าต้นตาล พระองค์จงตรัสสั่งให้ พวกราชบุรุษนี้ไปจากนาคพิภพนี้ แล้วจงตรัสสั่งให้ สร้างพระราชวังด้วยทองคำ ให้สร้างกำแพงด้วยเงิน เถิด.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka