ผลไม้อื่น ๆ เพราติดรส จึงตั้งใจว่า จักฉันเฉพาะผลมะม่วงสุกชนิดนั้น จึง
ไปนั่งคอยดูอยู่ที่ริมแม่น้ำ ตกลงใจว่า ถ้าไม่ได้ผลมะม่วงสุกจักไม่ยอมลุกขึ้น.
ดาบสนั้นไม่ยอมขบฉัน สู้นั่งคอยดูผลมะม่วงอยู่ที่ริมน้ำนั้นถึง ๖ วัน จน
ร่างกายซูบซีดเพราะลมและแดดแผดเผา ครั้นถึงวันที่เจ็ด นางเทพธิดาผู้รักษา
แม่น้ำ พิจารณาดูรู้เหตุนั้น แล้วคิดว่า พระดาบสผู้นี้เป็นผู้ตกอยู่ในอำนาจของ
ความอยาก สู้อดอาหารถึง ๗ วัน มานั่งคอยดูแม่น้ำคงคา การที่เราจะไม่
ถวายผลมะม่วงสุกแก่ดาบสนี้ไม่สมควรเลย เมื่อดาบสนี้ไม่ได้ผลมะม่วงสุกคง
จักมรณภาพ เราจักถวายแก่ท่าน จึงมายืนบนอากาศเหนือแม่น้ำคงคา เมื่อจะ
สนทนากับดาบสนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ความว่า
ดูก่อนพราหมณ์ ท่านมีความพอใจอะไร ประสงค์
อะไร ปรารถนาอะไร แสวงหาอะไร จึงมานั่งอยู่แต่
ผู้เดียวในเวลาร้อน เพราะเหตุไร ท่านจึงมานั่งดูแม่น้ำ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ฉนฺโท ได้แก่ อัธยาศัย. บทว่า อธิปฺปาโย
ได้แก่ ความคิด. บทว่า สมฺมสิ ความว่า ท่านปรารถนา (อะไร) ? บทว่า
ฆมฺมนิ แปลว่า ในฤดูร้อน. บทว่า เอสํ แปลว่า แสวงหา.
นางเทพธิดากล่าวเรียกดาบสนั้นว่า " พราหมณ์ " เพราะบวชแล้ว.
ท่านอธิบายไว้ว่า ดูก่อนพราหมณ์ ท่านประสงค์อะไร คิดถึงอะไร ปรารถนา
อะไร แสวงหาอะไร เพราะต้องการอะไร ท่านจึงมาแลดูแม่น้ำอยู่ที่ฝั่งคงคานี้.
พระดาบสได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถา ๑๐ คาถา ความว่า
หม้อน้ำใหญ่ มีรูปทรงงดงามฉันใด ผลมะม่วง
สุกอันมีสีกลีบและรสดีเยี่ยม ก็มีอุปไมยฉันนั้น.
เราได้เห็นผลมะม่วงนั้น อันกระแสน้ำพัดลอย
มาท่ามกลางแม่น้ำ จึงได้หยิบเอามาเก็บไว้ในเรือนไฟ.