บทว่า ทุกฺขกฺขโม ความว่า ประกอบไปด้วยความทุกข์อันไม่น่า
ชื่นใจ คือด้วยความทนทรมานกาย และความทนทรมานจิต. พระดาบสแสดง
ความหมายว่า ก็เพราะข้าพเจ้าไม่ถึงความยินดี แม้เล็กน้อยในผลกล้วยและ
ผลขนุนเป็นต้น อย่างอื่น ผลกล้วย ผลขนุนทั้งหมด พอข้าพเจ้าวางแตะลิ้น
ก็สำเร็จความอิ่มทันที (คือเมื่อไม่อยากกิน). บทว่า โสสิตฺวา ความว่า
เพราะซูบผอมเนื่องจากอดอาหาร. บทว่า ตํ มมํ ความว่า ผลมะม่วงสุกนั้น
(คงจักนำความตาย) มาแก่ข้าพเจ้า. บทว่า ยสฺส ความว่า ผลมะม่วงใด
พึงมี คือ ผลมะม่วงย่อมมี. ท่านอธิบายว่า ผลาผลอันใดได้ยังประโยชน์ให้
สำเร็จแก่ข้าพเจ้า. บทว่า วุยฺหมานํ ความว่า กำลังลอยมาในห้วงน้ำ กล่าวคือ
ลำน้ำ อันมีกระแสทังลึกทั้งกว้าง. อธิบายว่า ข้าพเจ้าเก็บผลมะม่วงสุกขึ้นจาก
ทะเลนั้น ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ผลมะม่วงสุกนั้นคงนำความตายมาให้ข้าพเจ้า เพราะ
เมื่อข้าพเจ้าไม่ได้ผลมะม่วงสุกนั้น ชีวิตคงจักไม่เป็นไปได้. บทว่า อุปวสามิ
ความว่า ข้าพเจ้าถูกความหิวระหายเบียดเบียนแล้วจึงต้องอยู่ ในที่นี้. บทว่า
รนฺมํ ปฏินิสินฺโนสฺมิ ความว่า ข้าพเจ้านั่งอยู่เฉพาะแม่น้ำอันน่ารื่นรมย์.
บทว่า ปุถุโลมายุตา ปุถู ความว่า แม่น้ำนี้กว้างใหญ่ไพบูลย์ อันปลาโลมา
ใหญ่อยู่อาศัย อธิบายว่า สถานที่เช่นนี้ น่าจะเป็นสถานที่ผาสุกสำหรับข้าพเจ้า
บทว่า อปาลยินี แปลว่า ไม่หนีไป. พระดาบสเรียกเทพยดานั้นว่า
มม สมฺมุขา ิเต ข้าแต่ท่านผู้ยืนอยู่เฉพาะหน้าแห่งเรา. ปาฐะว่า อปลามินี
ดังนี้ก็มี. อธิบายว่า มีสรีระร่างกายหาตำหนิมิได้ดังทองที่ไล่มลทินโทษออกแล้ว.
บทว่า กิสฺส วา ความว่า พระดาบสถามว่า หรือท่านมาในที่นี้ด้วยเหตุไร.
บทว่า รูปปฏฏปฺลมตฺถีว ความว่า มีรูปร่างเกลี้ยงเกลาดังแผ่นทองใบ.
บทว่า พยคฺฆีว ความว่า ดูดุจพยัคฆราชหนุ่มงามแช่มช้อย ด้วยท่าทาง
เยื้องกราย. บทว่า เทวานํ ได้แก่ เทวดาชั้นกามาพจรสวรรค์ทั้ง ๖. บทว่า