ยักษ์ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๕ ความว่า
ดูก่อนพระราชา พระองค์ใกล้จะถึงสวรรคตอยู่
แล้ว ยังทรงเดือดร้อนถึงกรรมอะไรอยู่ ขอจงตรัส
บอกกรรมนั้น แก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะอนุญาต
ให้กลับไปก่อนได้.
กรรม ในคาถานั้น ก็ได้แก่กรรมนั่นเอง. บทว่า อนุตปฺปตี ตํ
ความว่า ยังจะตามร้อนใจถึงกรณียกิจอะไร ? บทว่า ปตฺตํ แปลว่า เข้าถึง.
บทว่า อปิ สกฺกุเณมุ ความว่า เออก็ ถ้าข้าพระเจ้าได้ฟังเหตุแห่งความเศร้า
โศกของท่านแล้ว อาจจะอนุญาตให้ท่านมาตอนเช้าตรู่ได้.
พระราชาเมื่อจะตรัสบอกเหตุนั้น จึงตรัสพระคาถาที่ ๖ ความว่า
ความหวังในทรัพย์ เราได้ทำไว้แก่พราหมณ์
ความผัดเพี้ยนเป็นข้อผูกมัดตัว ยังพ้นไปไม่ได้ เพราะ
เราผัดไว้ว่า จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์ เราจักรักษา
คำสัตย์ กลับมาหาท่านอีก.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปฏิโมกฺกํ น มุตฺตํ ความว่า ข้าพเจ้า
ตั้งความผัดเพี้ยนเป็นสัญญามัดตัว โดยปฏิญญาแก่พราหมณ์ว่า ฟังสตารห-
คาถา ๔ บาท แล้วจักให้ทรัพย์แก่เขา เพราะข้าพเจ้ายังมิได้ให้ทรัพย์แก่พราหมณ์
จึงหาพ้นไปได้ไม่.
ยักษ์ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๗ ความว่า
ความหวังในทรัพย์พระองค์ได้ทำไว้แก่พราหมณ์
ความผัดเพี้ยนเป็นข้อผูกมัดตัว ยังพ้นไปไม่ได้ เพราะ