Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 353

เล่ม มมร. 61 หน้า 353 ข้อ 2326
ยักษ์ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๕ ความว่า ดูก่อนพระราชา พระองค์ใกล้จะถึงสวรรคตอยู่ แล้ว ยังทรงเดือดร้อนถึงกรรมอะไรอยู่ ขอจงตรัส บอกกรรมนั้น แก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะอนุญาต ให้กลับไปก่อนได้. กรรม ในคาถานั้น ก็ได้แก่กรรมนั่นเอง. บทว่า อนุตปฺปตี ตํ ความว่า ยังจะตามร้อนใจถึงกรณียกิจอะไร ? บทว่า ปตฺตํ แปลว่า เข้าถึง. บทว่า อปิ สกฺกุเณมุ ความว่า เออก็ ถ้าข้าพระเจ้าได้ฟังเหตุแห่งความเศร้า โศกของท่านแล้ว อาจจะอนุญาตให้ท่านมาตอนเช้าตรู่ได้. พระราชาเมื่อจะตรัสบอกเหตุนั้น จึงตรัสพระคาถาที่ ๖ ความว่า ความหวังในทรัพย์ เราได้ทำไว้แก่พราหมณ์ ความผัดเพี้ยนเป็นข้อผูกมัดตัว ยังพ้นไปไม่ได้ เพราะ เราผัดไว้ว่า จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์ เราจักรักษา คำสัตย์ กลับมาหาท่านอีก. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปฏิโมกฺกํ น มุตฺตํ ความว่า ข้าพเจ้า ตั้งความผัดเพี้ยนเป็นสัญญามัดตัว โดยปฏิญญาแก่พราหมณ์ว่า ฟังสตารห- คาถา ๔ บาท แล้วจักให้ทรัพย์แก่เขา เพราะข้าพเจ้ายังมิได้ให้ทรัพย์แก่พราหมณ์ จึงหาพ้นไปได้ไม่. ยักษ์ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๗ ความว่า ความหวังในทรัพย์พระองค์ได้ทำไว้แก่พราหมณ์ ความผัดเพี้ยนเป็นข้อผูกมัดตัว ยังพ้นไปไม่ได้ เพราะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka