Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 371

เล่ม มมร. 61 หน้า 371 ข้อ 2333 2334 2335
ช้างเผือกผ่อง งามีรัศมี ๖ ประการ ฉันต้องการงาช้าง คู่นั้น เมื่อไม่ได้ ชีวิตก็เห็นจะหาไม่. [๒๓๓๓] บิดา หรือปู่ทวด ของข้าพระองค์ ทั้งหลาย ก็ยังไม่เคยเห็น ทั้งยังไม่เคยได้ยินว่า พญา- ช้างที่มีงามีรัศมี ๖ ประการ พระนางเจ้าทรงนิมิตเห็น พญาช้างมีลักษณะเช่นไร ขอได้ตรัสบอกพญาช้างที่มี ลักษณะเช่นนั้น แก่ข้าพระองค์ทั้งหลายเถิด พระเจ้าข้า. [๒๓๓๔] ทิศใหญ่ ๔ ทิศน้อย ๔ เบื้องบน ๑ เบื้องล่าง ๑ ทิศทั้ง ๑๐ นี้ พระองค์ทรงนิมิตเห็น พญาช้าง ซึ่งมีงามีรัศมี ๖ ประการ อยู่ทิศไหน พระเจ้าข้า ? [๒๓๓๕] จากที่นี้ตรงไปทิศอุดร ข้ามภูเขาสูง- ใหญ่ ๗ ลูก เขาลูกสูงที่สุด ชื่อสุวรรณปัสสคิรี มี พรรณไม้ผลิดอกออกบานสะพรั่ง มีฝูงกินนรเที่ยว สัญจรไปมาไม่ขาด. ท่านจงขึ้นไปบนภูเขาอันเป็นที่อยู่แห่งหมู่กินนร แล้วมองลงมาตามเชิงเขา ทันใดนั้น จะได้เห็นต้นไทร ใหญ่ สีเสมอเหมือนสีเมฆ มีย่านไทร๘,๐๐๐ห้อยย้อย. ใต้ต้นไทรนั้น พญาเศวตกุญชรซึ่งมีงารัศมี ๖ ประการอยู่อาศัย ยากที่ใครอื่นจะข่มขี่จับได้ ช้าง ประมาณ ๘,๐๐๐ มีงาเท่างอนไถ วิ่งไล่เร็วปานลมพัด พากันแวดล้อมรักษาพญาเศวตกุญชรนั้นอยู่.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka