ถ้าแม้หญิงใด เป็นหญิงเข็ญใจไร้เครื่องประดับ
มีเสื่อลำแพนเป็นที่นอน แต่เป็นที่รักของสามี หญิงนั้น
ประเสริฐเสียกว่าหญิงผู้เพรียบพร้อมด้วยคุณสมบัติ
ทุกอย่าง แต่ไม่เป็นที่รักของสามี.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปทุมุตฺตรตฺตจา ความว่า พระลูกเจ้า
ทอดพระเนตรเห็นสตรีมีผิวกายงดงาม คล้ายกลีบดอกปทุม แสดงว่า มีรัศมี
สีทองเปล่งออกจากสรีรกายของทุกนาง. บทว่า วิราคิตา แปลว่า มีรูปร่าง
อ้อนแอ้น อธิบายว่า มีเรือนร่างระหง. บทว่า หํสคคฺครา ความว่า ทรง
เห็นเหล่าสนมนารี มีเสียงไพเราะอ่อนหวานคล้ายเสียงหงส์. บทว่า ตาสํ
ความว่า เพราะทรงสดับเสียงแย้มหัวขับกล่อมเป็นต้น ของสนมนารีเหล่านั้น
บัดนี้พระโอรสราชเจ้าของพระทูลกระหม่อม จึงไม่ประพฤติต่อหม่อมฉันดัง
เช่นก่อน. บทว่า สุวณฺณสงฺกจฺจธรา ความว่า ทรงเครื่องประดับ ซึ่ง
ล้วนทองคำ. บุทว่า อลงฺกตา ความว่า ประดับด้วยเครื่องอลังการนานาชนิด.
บทว่า มานุสิยจฺฉรูปมา ความว่า เพริศพริ้งดังสาวสวรรค์ในหมู่มนุษย์.
บทว่า เสโนปิยา ความว่า เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าโสตถิเสน.
บทว่า ปฏิโลภยนฺติ นํ ความว่า พากันปรนปรือพระโอรสราชเจ้านั้นอยู่.
บทว่า สเจ อหํ ความว่า พระนางสัมพุลาผู้ทรงซูบผอม เพราะแค้นใจหญิง
ผู้ร่วมพระราชสวามี กราบทูลว่า ข้าแต่พระราชบิดา ถ้าพระราชโอรสเจ้า
ทรงนับถือหม่อมฉันอีกเหมือนในกาลก่อน ที่หม่อมฉันเคยได้ปฏิบัติบำรุงเธอ
ผู้เป็นพระสวามี ผู้เสด็จไปอยู่ป่าเพราะโรคเรื้อน ด้วยการแสวงหาผลาผล
และไม่ทรงดูหมิ่นหม่อมฉันไซร้ ป่าแห่งเดียวเท่านั้น ประเสริฐสำหรับหม่อม
ฉัน ยิ่งกว่าราชสมบัติในพระนครพาราณสีนี้. บทว่า ยมนฺนปาเน ตัดบท