Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 521

เล่ม มมร. 61 หน้า 521 ข้อ 2437
ดำรัสแล้วทูลว่า ดูก่อนมหาราชเจ้า ข้าพเจ้าคือภัณฑุติณฑุกเทพ คิดว่า จักถวายโอวาทแด่พระองค์ จึงมาเฝ้า. พระราชาตรัสถามว่า ท่านจักให้โอวาท อะไรหรือ ? เมื่อพระราชาตรัสถามอย่างนี้แล้ว พระมหาสัตว์จึงทูลว่า ดูก่อน มหาราชเจ้า พระองค์เป็นผู้ประมาทเสวยราชสมบัติ เพราะฉะนั้น แว่นแคว้น ทั้งสิ้นของพระองค์ จะพินาศเหมือนถูกกำจัดยื้อแย่ง ธรรมดาพระราชาเมื่อ เสวยราชสมบัติด้วยความประมาท หาใช่เป็นเจ้าของแห่งแว่นแคว้นทั้งสิ้นไม่ ถึงความพินาศในปัจจุบันแล้ว ในภพหน้าจักต้องเกิดในมหานรกอีก อนึ่ง เมื่อพระราชาถึงความประมาทแล้ว แม้ชนในราชสำนัก นอกราชสำนัก ย่อม จะพากันประมาท ด้วยเหตุนั้น พระราชาไม่ควรประมาทอย่างยิ่ง ดังนี้แล้ว เมื่อจะเริ่มตั้งธรรมเทศนา จึงกล่าวคาถา ความว่า ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย ผู้ไม่ประมาทย่อมไม่ตาย คน ประมาทเป็นเหมือนคนตายแล้ว. เพราะมัวเมาจึงเกิดความประมาท เพราะประมาท จึงเกิดความเสื่อม และเพราะความเสื่อมจึงเกิดโทษ ดูก่อนท่านผู้มีภาระครอบครองรัฐ อย่าประมาทเลย. เพราะกษัตริย์เป็นอันมาก หากมีความประมาท ต้องเสื่อมประโยชน์ของแว่นแคว้น เสื่อมทั้งแว่นแคว้น อนึ่ง ชาวบ้านประมาท ก็เสื่อมจากบ้าน บรรพชิต ประมาท ก็เสื่อมจากอนาคาริยวิสัย. ดูก่อนพระองค์ผู้เป็นมิ่งขวัญของรัฐ โภคสมบัติ ทุกอย่างในแว่นแคว้น ของกษัตริย์ผู้ประมาทแล้ว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka