Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 526

เล่ม มมร. 61 หน้า 526 ข้อ 2437
พระมหาสัตว์ถวายโอวาทพระราชาด้วยคาถา ๑๑ คาถา ด้วยประการ ฉะนี้แล้ว ทูลว่า พระองค์จงรีบไปสอดส่องอย่าชักช้า อย่าให้แว่นแคว้นฉิบหาย เสียเลย ดังนี้แล้ว กลับไปยังสถานที่อยู่ของตน. ฝ่ายพระราชาทรงสดับถ้อยคำ ของเทวดาแล้ว สลดพระทัย รุ่งขึ้นโปรดให้อำมาตย์ดูแลราชสมบัติแล้วพร้อม ด้วยราชปุโรหิต เสด็จออกจากพระนคร ทางพระทวารด้านทิศปราจีน เสด็จ พระราชดำเนินไป สิ้นทางประมาณหนึ่งโยชน์ ณ สถานที่นั้น ชายแก่ชาวบ้าน ผู้หนึ่ง นำกิ่งหนามมาจากดง ล้อมกั้นปิดประตูเรือนไว้ พาบุตรภรรยาเข้าป่าไป เวลาเย็นเมื่อพวกราชบุตรหลีกไปแล้วก็กลับมาเรือนตน ถูกหนามยอกเท้าที่ ประตูเรือน จึงนั่งกระโหย่ง บ่งหนาม พลางด่าพระราชาด้วยคาถานี้ ความว่า ขอให้พระเจ้าปัญจาลราช จึงถูกลูกศรเสียบใน สงคราม เสวยทุกขเวทนา เหมือนเราถูกหนามแทง แล้ว เสวยทุกขเวทนาอยู่ในวันนี้. ก็คำด่านั้นได้เป็นไปด้วยอานุภาพของพระโพธิสัตว์นั้นเอง. ควรทราบ ว่า ชายแก่นั้น ถูกพระโพธิสัตว์ดลใจจึงด่า. ในเวลานั้น พระราชากับราช- ปุโรหิต ปลอมเพศยืนอยู่ใกล้ ๆ ชายแก่นั้นเอง. พอราชปุโรหิตได้ยินคำของ ชายแก่ จึงกล่าวคาถา ความว่า ท่านเป็นคนแก่ มีจักษุมืดมัว มองเห็นอะไร ไม่ถนัด หนามแทงท่านเอง ในเรื่องนี้ พระเจ้า- พรหมทัต มีความผิดอะไรด้วย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มคฺเคยฺย แปลว่า ยอกเอา มีอธิบายว่า ถ้าท่านถูกหนามยอกเอา เพราะความซุ่มซ่ามของตนเองไซร้ ในข้อนี้ทำไมจะ เป็นความผิดของพระราชาด้วยเล่า ท่านด่าพระราชา เพราะเหตุที่ พระราชา มีหน้าที่ตรวจตราหนามแล้วบอกให้ท่านทราบหรือ ?
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka