เพราะอาศัยอะไรหรือ ท่านจึงถึงความเศร้าหมอง ใน
สำนักของบุตรนายพรานทั้งหลาย ?
[๒๕๐๗] มหันตภัยมิได้ตามถึงข้าพเจ้าเลย ชน
พวกนั้น ไม่อาจทำลายเดชของข้าพเจ้าได้ แต่ว่าธรรม
ของสัตบุรุษทั้งหลาย ท่านประกาศไว้ดีแล้ว ยากที่จะ
ล่วงได้ เหมือนเขตแดนแห่งสมุทร ฉะนั้น.
ข้าแต่ท่านอาฬาระ ข้าพเจ้าเข้าจำอุโบสถ ในวัน
จาตุททสี ปัณณรสีเป็นนิตย์ ต่อมาพวกบุตรนายพราน
๑๖ คน เป็นคนหยาบช้า ถือเอาเชือกและบ่วงอัน
มั่นคงมา.
พรานทั้งหลาย ช่วยกันแทงจมูก เอาเชือกร้อย
แล้วหามข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าอดทนต่อทุกข์เช่นนั้น ไม่
ทำอุโบสถให้กำเริบ.
[๒๕๐๘] (อาฬารกุฎุมพีกล่าวว่า) บุตรนายพราน
เหล่านั้น ได้พบท่านผู้สมบูรณ์ด้วยกำลัง และผิวพรรณ
ที่ทางเดินคนเดียว ดูก่อนท่านนาคราช ท่านเป็นผู้
เจริญด้วยสิริ และปัญญา จะบำเพ็ญตบะเพื่อประโยชน์
อะไรอีกเล่า ?
[๒๕๐๙] (สังขปาลนาคราชตอบว่า) ข้าแต่ท่าน
อาฬาระ ข้าพเจ้าบำเพ็ญตบะ มิใช่เพราะเหตุแห่งบุตร
มิใช่เพราะเหตุแห่งทรัพย์ และมิใช่เพราะเหตุแห่งอายุ