Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 665

เล่ม มมร. 61 หน้า 665 ข้อ 2507 2508 2509
เพราะอาศัยอะไรหรือ ท่านจึงถึงความเศร้าหมอง ใน สำนักของบุตรนายพรานทั้งหลาย ? [๒๕๐๗] มหันตภัยมิได้ตามถึงข้าพเจ้าเลย ชน พวกนั้น ไม่อาจทำลายเดชของข้าพเจ้าได้ แต่ว่าธรรม ของสัตบุรุษทั้งหลาย ท่านประกาศไว้ดีแล้ว ยากที่จะ ล่วงได้ เหมือนเขตแดนแห่งสมุทร ฉะนั้น. ข้าแต่ท่านอาฬาระ ข้าพเจ้าเข้าจำอุโบสถ ในวัน จาตุททสี ปัณณรสีเป็นนิตย์ ต่อมาพวกบุตรนายพราน ๑๖ คน เป็นคนหยาบช้า ถือเอาเชือกและบ่วงอัน มั่นคงมา. พรานทั้งหลาย ช่วยกันแทงจมูก เอาเชือกร้อย แล้วหามข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าอดทนต่อทุกข์เช่นนั้น ไม่ ทำอุโบสถให้กำเริบ. [๒๕๐๘] (อาฬารกุฎุมพีกล่าวว่า) บุตรนายพราน เหล่านั้น ได้พบท่านผู้สมบูรณ์ด้วยกำลัง และผิวพรรณ ที่ทางเดินคนเดียว ดูก่อนท่านนาคราช ท่านเป็นผู้ เจริญด้วยสิริ และปัญญา จะบำเพ็ญตบะเพื่อประโยชน์ อะไรอีกเล่า ? [๒๕๐๙] (สังขปาลนาคราชตอบว่า) ข้าแต่ท่าน อาฬาระ ข้าพเจ้าบำเพ็ญตบะ มิใช่เพราะเหตุแห่งบุตร มิใช่เพราะเหตุแห่งทรัพย์ และมิใช่เพราะเหตุแห่งอายุ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka