ดูก่อนพ่อสุตโสม แม่คลอดเจ้าซึ่งเป็นผู้ที่แม่ได้
ด้วยความลำบาก เหตุไรเมื่อแม่พร่ำเพ้ออยู่ เจ้าไม่
ห่วงใย จะบวชให้จงได้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทุลฺลทฺธํ ความว่า เจ้าชื่อว่าเป็นผู้ที่
ได้มาโดยยาก เพราะเมื่อจะได้ก็ต้องผ่าความลำบาก จึงได้เจ้าผู้เป็นบุตรมา.
บทว่า ยํ เม ความว่า เมื่อแม่พร่ำเพ้ออยู่โดยประการต่าง ๆ เจ้ายังปรารถนา
จะบวชให้ได้ด้วยเหตุใด เหตุนั้นการได้บุตรเช่นกับเจ้า จึงชื่อว่าแม่ได้มาด้วย
ความยากลำบาก.
พระโพธิสัตว์มิได้ตรัสอะไรกับพระราชมารดา ซึ่งทรงปริเทวนาการ
อยู่อย่างนี้. พระราชชนนีทรงกันแสงร่ำไห้ ประทับยืนอยู่ส่วนข้างหนึ่งเสียเอง
ทีเดียว ลำดับนั้น ประชาชนจึงพากันไปกราบทูลแด่พระราชบิดาของพระโพธิ-
สัตว์. พระราชบิดาเสด็จมาแล้ว ตรัสคาถาอย่างเดียวกัน ความว่า
ดูก่อนพ่อสุตโสม ธรรมนั้นชื่ออะไร และการ
บวชชื่ออะไร เพราะว่า เจ้าจะละทิ้งเราสองคนผู้
แก่เฒ่าแล้ว ไม่ห่วงใย จะบวชอย่างเดียว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยํ โน อมฺเห ความว่า เจ้าเป็นบุตร
ของมารดาบิดา ไยจึงไม่ปฏิบัติมารดาบิดาซึ่งแก่ชรา ในเวลาที่ควรปฏิบัติ
ทอดทิ้งมิได้อาลัยบวชเสีย เหมือนยังกะกลิ้งศิลาลงเหวฉะนั้น ด้วยเหตุนั้น
บิดาขอถามเจ้า ธรรมของเจ้านี้ชื่ออะไร ?
พระมหาสัตว์ทรงสดับดังนั้นแล้วก็นิ่งเสีย. ลำดับนั้น พระราชบิดา
จึงตรัสว่า สุตโสมลูกรัก ถ้าหากเจ้าไม่มีความสิเนหาอาลัยในมารดาบิดาแล้ว
บุตรธิดาของเจ้ายังเล็ก ๆ มีมาก ไม่อาจที่จะพลัดพรากจากเจ้าได้ ในเวลาเด็ก
เหล่านั้นเจริญวัยแล้ว เจ้าจึงค่อยบวชเถิด แล้วตรัสคาถาที่ ๗ ความว่า