บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปุตฺตํ ความว่า ดูก่อนนางผู้เจริญ เรารู้ว่า
เธอครรภ์แก่ แต่เมื่อเธอประสูติจักประสูติพระโอรส หาใช่ธิดาไม่ ขอเธอจง
ประสูติโอรสด้วยความสวัสดีเถิด ส่วนเราจะละบุตรกับตัวเธอ บวชให้ได้ทีเดียว.
พระนางเทวี สดับพระราชดำรัสของพระราชสวามีแล้ว ไม่สามารถ
จะอดกลั้นความโศกไว้ได้ทูลว่า ข้าแต่พระทูลกระหม่อม คราวนี้นับแต่วันนี้ไป
ชื่อว่าสิริของหม่อมฉันคงไม่มีเลย แล้วเอาหัตถ์ทั้งสองกุมพระหทัย หลั่งพระ
อัสสุชลพลางปริเทวนาการด้วยพระสุรเสียงอันดัง ลำดับนั้น เมื่อพระมหาสัตว์
จะทรงปลอบโยนพระนาง จึงตรัสพระคาถา ความว่า
ดูก่อนพระน้องนางจันทา เธออย่าร้องไห้ไปเลย
ดูก่อนพระนางผู้มีดวงตาเสมอด้วยดอกอัญชัน เธออย่า
เศร้าโศกไปเลย จงขึ้นสู่ปราสาทอันประเสริฐเสียเถิด
เราไม่เยื่อใยจักไปบวช.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มา ตฺวํ จนฺเท รุทิ ความว่า ดูก่อน
พระน้องนางจันทาเทวีผู้เจริญ เธออย่าร้องไห้เศร้าโศกไปเลย. บทว่า วนติมิร-
มตฺตกฺขิ แปลว่า ผู้มีพระเนตรเสมอด้วยดอกอัญชัน แต่ในพระบาลีท่านเขียน
ไว้ว่า " โกวิลารตมฺพกฺขิ " ความก็ว่า เนตรของพระนางจันทาเทวีนั้น
แดงเหมือนดอกหงอนไก่.
พระนางจันทาเทวี สดับพระราชดำรัสแล้ว ไม่สามารถที่จะดำรงอยู่
ได้ เสด็จขึ้นสู่ปราสาทประทับนั่ง กันแสงอยู่. ลำดับนั้น พระโอรสองค์ใหญ่
ของพระโพธิสัตว์ เห็นพระมารดาทรงกันแสง จึงดำริว่า เหตุไรหนอ พระ
มารดาของเราจึงประทับนั่ง ทรงกันแสงอยู่ เมื่อจะทูลถามพระมารดาจึงตรัส
พระคาถา ความว่า