บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กตเมน ได้แก่ อาศรมของท่านผู้เจริญ
อยู่ทางทิศไหนแต่ที่นี้. บทว่า ภวํ นี้ เป็นอาลปนะ.
ลำดับนั้น พระนางนฬินิกา ได้ตรัสคาถา ๔ คาถาว่า
แม่น้ำชื่อเขมาย่อมปรากฏแต่ป่าหิมพานต์ ในทิศ
เหนือตรงไปแต่ที่นี้ อาศรมอันน่ารื่นรมย์ของข้าพเจ้า
อยู่ที่ฝั่งแม่น้ำนั้น ท่านควรไปดูอาศรมของข้าพเจ้าบ้าง
ต้นมะม่วง ต้นรัง ต้นหมากเน่า ต้นหว้า ต้นราชพฤกษ์
ต้นแคฝอย มีดอกบานสะพรั่ง ท่านควรไปดูอาศรม
ของข้าพเจ้า ซึงมีกินนรขับร้องอยู่โดยรอบ ต้นตาล
มูลมัน ผลไม้ที่อาศรมของเรานั้น มีผลประกอบด้วย
สีและกลิ่น ท่านควรไปดูอาศรมของข้าพเจ้า อัน
ประกอบด้วยภูมิภาคสวยงามนั้นบ้าง ผลไม้ เหง้าไม้
ที่อาศรมของข้าพเจ้ามีมาก ประกอบด้วยสี กลิ่น และ
รส พวกพรานย่อมมาสู่ประเทศนั้น อย่าได้มาลักมูล
ผลาหารไปจากอาศรมของข้าพเจ้านั้นเลย.
ื บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุตฺตรายํ ได้แก่ ทิศเหนือ. บทว่า
เขมา ได้แก่ แม่น้ำที่มีชื่ออย่างนั้น. บทว่า หิมวนฺตา ปภาติ ความว่า
ย่อมไหลมาแต่ป่าหิมพานต์. บทว่า อโห เป็นนิบาต ใช้ในอรรถแห่งความ
อ้อนวอน. บทว่า อุทฺทาลกา ได้แก่ ต้นไม้ที่ป้องกันลม. บทว่า กึปูริสาภิคีตํ
ได้แก่ ซึ่งมีพวกกินนรพากันแวดล้อมโดยรอบแล้ว ขับร้องอยู่ด้วยเสียงอัน
ไพเราะ. บทว่า ตาลา จ มูลา จ เมตฺถ ความว่า ต้นตาลอัน
น่ารัก โคนของต้นไม้เหล่านั้นนั่นแหละ มีลำต้นสมบูรณ์ด้วยสีและกลิ่นเป็นต้น