Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 32

เล่ม มมร. 62 หน้า 32 ข้อ 19
เราไม่ควรให้เจ้าผู้ยังเป็นเด็กเช่นนี้ ถึงความ กระสันในป่าโชติรส ที่หมู่คนธรรพ์และเทพอัปสร ซ่องเสพ เป็นที่อยู่อาศัยแห่งฤาษีทั้งหลาย ในกาลก่อน พวกมิตรย่อมมีบ้าง ไม่มีบ้าง ชนทั้งหลาย ย่อมทำ ความรักในพวกญาติและพวกมิตร กุมารใดย่อมไม่รู้ว่า เราเป็นผู้มาแต่ไหน กุมารนี้เป็นผู้ลามก อยู่ในกลางวัน เพราะเหตุอะไร มิตรสหายย่อมสนิทกันบ่อย ๆ เพราะ ความอยู่ร่วมกัน มิตรนั้นนั่นแหละย่อมเสื่อมไป เพราะ ความไม่อยู่ร่วมของบุรุษที่ไม่สมาคม ถ้าเจ้าได้เห็น พรหมจารี ได้พูดกับพรหมจารี เจ้าจักละคุณคือตป- ธรรมนี้เร็วไว ดุจข้าวกล้าที่สมบูรณ์แล้ว เสียไปเพราะ น้ำมาก ฉะนั้น หากเจ้าได้เห็นพรหมจารีอีก ได้พูด กับพรหมจารีอีก เจ้าจักละสมณเดชนี้เร็วไว ดุจข้าว ถ้าที่สมบูรณ์แล้ว เสียไปเพราะน้ำมาก ฉะนั้น ดูก่อนลูกรัก พวกยักษ์นั้น ย่อมเที่ยวไปในมนุษยโลก โดยรูปแปลก ๆ นรชนผู้มีปัญญา ไม่พึงคบพวกยักษ์ นั้น พรหมจารีย่อมฉิบหายไป เพราะความเกาะเกี่ยว กัน. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อิมสฺมา ได้แก่ อิมสฺมึ แปลว่า (ในป่าอันเป็นโชติรส) นี้. คำว่า หิ เป็นเพียงนิบาต. บทว่า โชติรเส ได้แก่ ในป่าอันมีรัศมีโชติช่วงสว่างไสวปกคลุมทั่ว. บทว่า สนนฺตนมฺหิ แปลว่า ในกาลก่อน. บทว่า ปาปุเณถ แปลว่า (ไม่) ควรให้ถึง. มีคำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka