Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 60

เล่ม มมร. 62 หน้า 60 ข้อ 51
ความชั่วของเรา ชาวโลกทั้งหมดรู้กันแล้ว ดังนี้ จึงทรงดำรงอยู่ในธรรมคือ ความตายแล้ว ตรัสคาถา ติดต่อกันไปว่า ก็เราพึงพรากเสียจากบุญและไม่เป็นเทวดา อนึ่ง คนพึงรู้ความชั่วของเรานี้ และเนื้อท่านให้นางอุมมา- ทันตีภรรยาสุดที่รักแล้วไม่เห็นนาง ความแค้นใจอย่าง อย่างร้ายแรง จะพึงมีแก่ท่าน. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิธํเส ความว่า ดูก่อนอภิปารกเสนาบดี ผู้สหายเอ่ย ! เมื่อเราบำเรออยู่กับนางด้วยอำนาจกิเลส พึงเสื่อมจากบุญ และ จะไม่ได้เป็นเทวดาผู้สมมติเทพ เพราะเหตุเพียงการอยู่บำเรอกับนางนั้น อนึ่ง มหาชนพึงทราบความชั่วช้าลามกนี้ ต่อแต่นั้นก็จะพึงติเตียนว่า พระราชาทรง กระทำสิ่งที่ไม่สมควรเลย อนึ่ง ท่านให้นางผู้เป็นภรรยาสุดที่รักแก่เราแล้ว ภาย หลังท่านไม่ได้เห็นภรรยา ความคับแค้นในใจ ก็จะพึงมีแก่ท่าน. คาถาที่เหลือ ที่เป็นคำถามและคำตอบของตนแม้ทั้งสอง (คือของ พระราชาและอภิปารกเสนาบดี) มีดังต่อไปนี้ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชานิกร ประชาชน แม้ทั้งสิ้นนอกจากข้าพระบาทและพระองค์ ไม่พึงรู้ กรรมที่ทำกัน ข้าพระบาท ยอมถวายนางอุมมาทันตี แก่พระองค์ พระองค์จงทรงอภิรมย์อยู่กับนางเต็มพระ หทัยปรารถนาแล้ว จงทรงสลัดเสีย. มนุษย์ใดกระทำกรรมอันลามก มนุษย์นั้นย่อม สำคัญว่า คนอื่นไม่รู้การกระทำนี้เพราะว่านรชนเหล่า ใดประกอบแล้ว บนพื้นปฐพี นรชนเหล่านั้น ย่อม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka