Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 96

เล่ม มมร. 62 หน้า 96 ข้อ 65
คลุกคลีกันมากเกินไป. บทว่า อกาเล ความว่า มิตรทั้งหลาย ชื่อว่าย่อม หน่ายแหนงกัน ด้วยการขอของรักของคนอื่น ในกาลที่ยังไม่ถึงเวลาอันสมควร เพราะการอยู่ร่วมกันนานเกินไป ถึงพระองค์ก็ยังหมดความเมตตาในอาตมภาพ. บทว่า ตสฺมา ความว่า เพราะมิตรทั้งหลาย ย่อมแตกแยกกันด้วยการคลุกคลี กันเกินไป และด้วยการเหินห่างกัน ไป. คำว่า จิราจรํ ความว่า ไม่ปล่อย เวลาให้ล่วงเลยไปเสียจนนานแล้ว จึงไปหากัน. บทว่า ยาจํ ความว่า ไม่ควรขอ สิ่งที่สมควรขอ ในเวลาอันไม่สมควร. บทว่า น ชีรเร ความว่า มิตรทั้งหลาย ย่อมไม่แตกแยกกัน ด้วยอาการอย่างนี้. บทว่า ปุรา เต โหม ความว่า ตลอดเวลาที่เรามาแล้ว ยังไม่เป็นที่รักของท่าน เราก็จะขอไปอย่างนี้. พระราชา ตรัสว่า ถ้าพระคุณเจ้าได้รับทราบอัญชลี ของสัตว์ผู้เป็น บริวารมานวอนอยู่อย่างนี้ ไม่กระทำตามคำขอร้อง ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าวิงวอนพระคุณเจ้าถึงเพียงนี้ ขอ พระคุณเจ้า โปรดกลับมาเยี่ยมอีก. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นาวพุาชฺฌสิ ความว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ถ้าท่านไม่ยอมรับรู้ คือ ไม่ยอมรับอัญชลีที่ข้าพเจ้าวิงวอนกระทำอยู่แล้วอย่างนี้. บทว่า ปริยายํ ความว่า พระราชา ตรัสวิงวอนว่า ขอท่านพึงหาโอกาสว่าง สักครั้งหนึ่ง เพื่อมาเยี่ยมในที่นี้อีก. พระโพธิสัตว์ ทูลว่า ดูก่อนมหาบพิตรผู้ผดุงรัฐ ถ้าเมื่อเราทั้งหลายอยู่ อย่างนี้ อันตรายจักไม่มี แม้ไฉนเราทั้งหลาย พึงเห็น การล่วงไปแห่งวันและคืนของมหาบพิตร และของ อาตมภาพ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka