Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 120

เล่ม มมร. 62 หน้า 120 ข้อ 69 70 71 72
สัตวโลกมีความยึดมั่น เป็นผู้ไม่ยึดมั่น เมื่อสัตวโลก ถูกไฟเผา เป็นคู่ดับแล้ว เพ่งฌานอยู่ที่โคนแห่งต้นรัง เหล่านั้น. [๖๙] ลำดับนั้นแล พระราชาตรัสสั่งให้ทำทาง ให้ราบเรียบแล้ว เสด็จไปยังที่อยู่ของพระโสณกะ พร้อมด้วยจาตุรงคเสนา เมื่อเสด็จประพาสไปใน ไพรวันก็เสด็จถึงภูมิภาคแห่งอุทยาน ได้ทอดพระเนตร เห็นพระโสณกะ ผู้นั่งอยู่เมื่อสัตวโลกถูกไฟเผา เป็น ผู้ดับแล้ว. [๗๐] ภิกษุนี้เป็นคนกำพร้าหนอ ศีรษะโล้น ครองผ้าสังฆาฏิ ไม่มีมารดา ไม่มีบิดา นั่งเข้าฌาน อยู่ที่โคนต้นไม้. [๗๑] พระโสณกะได้ฟังพระดำรัสนี้แล้ว จึงได้ ทูลว่า ดูก่อนมหาบพิตร บุคคลผู้ถูกต้องธรรมด้วย นามกาย ไม่ชื่อว่าเป็นคนกำพร่า ผู้ใดในโลกนี้นำเสีย ซึ่งธรรม ประพฤติตามอธรรม ผู้นั้นชื่อว่า เป็นคน กำพร้า เป็นคนลามก มีบาปกรรมเป็นที่ไปในเบื้องหน้า ขอถวายพระพร. [๗๒] มหาชนรู้จักนามของข้าพเจ้าว่า อรินทมะ และรู้จักข้าพเจ้าว่า พระเจ้ากาสี ดูก่อนท่านโสณกะ การอยู่เป็นสุข ย่อมมีแก่ท่านผู้อยู่ในที่นี้แลหรือ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka