สัตวโลกมีความยึดมั่น เป็นผู้ไม่ยึดมั่น เมื่อสัตวโลก
ถูกไฟเผา เป็นคู่ดับแล้ว เพ่งฌานอยู่ที่โคนแห่งต้นรัง
เหล่านั้น.
[๖๙] ลำดับนั้นแล พระราชาตรัสสั่งให้ทำทาง
ให้ราบเรียบแล้ว เสด็จไปยังที่อยู่ของพระโสณกะ
พร้อมด้วยจาตุรงคเสนา เมื่อเสด็จประพาสไปใน
ไพรวันก็เสด็จถึงภูมิภาคแห่งอุทยาน ได้ทอดพระเนตร
เห็นพระโสณกะ ผู้นั่งอยู่เมื่อสัตวโลกถูกไฟเผา เป็น
ผู้ดับแล้ว.
[๗๐] ภิกษุนี้เป็นคนกำพร้าหนอ ศีรษะโล้น
ครองผ้าสังฆาฏิ ไม่มีมารดา ไม่มีบิดา นั่งเข้าฌาน
อยู่ที่โคนต้นไม้.
[๗๑] พระโสณกะได้ฟังพระดำรัสนี้แล้ว จึงได้
ทูลว่า ดูก่อนมหาบพิตร บุคคลผู้ถูกต้องธรรมด้วย
นามกาย ไม่ชื่อว่าเป็นคนกำพร่า ผู้ใดในโลกนี้นำเสีย
ซึ่งธรรม ประพฤติตามอธรรม ผู้นั้นชื่อว่า เป็นคน
กำพร้า เป็นคนลามก มีบาปกรรมเป็นที่ไปในเบื้องหน้า
ขอถวายพระพร.
[๗๒] มหาชนรู้จักนามของข้าพเจ้าว่า อรินทมะ
และรู้จักข้าพเจ้าว่า พระเจ้ากาสี ดูก่อนท่านโสณกะ
การอยู่เป็นสุข ย่อมมีแก่ท่านผู้อยู่ในที่นี้แลหรือ.