Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 134

เล่ม มมร. 62 หน้า 134 ข้อ 89
ก็เนื้อความแห่งคาถาที่กุมารนั้นกล่าวแล้ว มีอรรถาธิบาย ดังต่อไปนี้ ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์ทรงรับสั่งว่า เราจะให้ทรัพย์แก่ผู้ที่ได้ยินข่าว นั้นแล้วมาบอกแก่เรา ดังนี้ ขอพระองค์จงพระราชทานทรัพย์นั้นแก่ข้าพระองค์ ทีเดียว อนึ่ง พระองค์ตรัสว่า เราจะให้ทรัพย์พันหนึ่งแก่ผู้ที่พบเห็นแล้วกลับ มาบอก ดังนี้ ขอพระองค์จงพระราชทานทรัพย์แม้นั้น แก่ข้าพระองค์ด้วย ข้าพระองค์พบเห็นสหายที่รักของพระองค์แล้ว จึงได้ทูลพระองค์ว่า บัดนี้ ข้าพระองค์ได้เห็นโสณกะผู้นี้แล้ว. เนื้อความต่อแต่นี้ไป บัณฑิตพึงเข้าใจ ได้โดยง่ายทีเดียว. บัณฑิตพึงทราบพระคาถาของพระสัมพุทธเจ้า โดยนัย พระบาลีนั่นแล. พระราชาทรงสดับคำนั้นแล้ว จึงตรัสถามว่า โสณกกุมารนั้น อยู่ในชนบท แว่นแคว้นหรือ นิคมไหน ท่านได้พบเห็นโสณกกุมาร ณ ที่ไหน เราถามแล้ว ขอท่านจงบอกเนื้อความนั้นแก่เราเถิด. กุมารกราบทูลว่า ขอเดชะ ต้นรังใหญ่หลายต้นมีลำต้นตรง มีสีเขียว เหมือนเมฆ เป็นที่ชอบใจน่ารื่นรมย์ อันอาศัยกัน และกัน ตั้งอยู่ในภาคพื้นพระราชอุทยานในแว่นแคว้น ของพระองค์นั่นเอง พระโสณกะ เมื่อสัตวโลกมี ความยึดมั่น เป็นผู้ไม่ยึดมั่น เมื่อสัตวโลกถูกไฟเผา เป็นผู้ดับแล้ว เพ่งฌานอยู่ที่โคนแห่งต้นรังเหล่านั้น. ลำดับนั้นแล พระราชาตรัสสั่งให้ทำทางให้ ราบเรียบแล้ว เสด็จไปยังที่อยู่ของพระโสณกะพร้อม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka