Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 236

เล่ม มมร. 62 หน้า 236 ข้อ 133
ราชนิเวศน์ อันน่ารื่นรมย์ของพระเจ้ามัททราช ดูก่อน น้องประภาวดี พี่ติดใจในผิวพรรณของเธอจนลุ่มหลง เที่ยวไปยังพื้นแผ่นดิน พี่ไม่รู้จักทิศว่า พี่มาแล้วจาก ที่ไหน พี่หลงใหลในตัวเธอ ผู้มีดวงเนตรอันแจ่มใส ดุจดวงตามฤค ผู้ทรงภูษากรองทอง และห้อยสังวาลย์ ทอง ดูก่อนพระน้องนางผู้มีตะโพกอันผึ่งผาย พี่มี ความต้องการ แต่ตัวเธอเท่านั้น พี่ไม่ต้องการด้วย พระราชสมบัติเลย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า รมามิ คือยินดียิ่ง แต่มิได้กระสัน. บทว่า สนฺมุฬฺหรูโป ได้แก่ เป็นผู้ลุ่มหลงเพรียบด้วยกิเลส. บทว่า ตยิมฺหิ มตฺโต ความว่า พี่เป็นผู้มัวเมาในตัวเธอ คือเป็นผู้เมาจนทั่วในตัวเธอ. บทว่า โสวณฺณจีรวสเน คือผู้นุ่งผ้าอันขจิตด้วยทอง. บทว่า นาหํ รชฺ- เชน มตฺถิโก ความว่า จะมีความต้องการด้วยราชสมบัติก็หามิได้. เมื่อพระโพธิสัตว์เจ้านั้น ตรัสอย่างนี้แล้ว พระนางเจ้าจึงทรงพระดำริ ว่า เราคำว่าพระเจ้ากุสราช ด้วยหวังว่าจักให้เธอเจ็บแสบ แต่พระเจ้ากุสราช พระองค์นี้ กลับพูดเกี่ยวพันอีก ก็ถ้าเธอจักบอกกล่าวขึ้นว่า เราเป็นพระเจ้า กุสราช แล้วเข้ามาจับมือเรา ใครจะห้ามเธอได้ ครจะพึงได้ยินถ้อยคำของเรา ทั้งสองนี้ได้ จึงทรงปิดพระทวารใส่ลิ่มแล้ว เสด็จเช้าข้างใน. ส่วนพระโพธิสัตว์ เจ้านั้น ก็ทรงหาบกระเช้าเครื่องเสวยไปเที่ยวแจกภัตตาหาร ให้พระราชธิดา ทั้งหลายได้เสวยแล้ว. พระนางประภาวดี ทรงส่งนางค่อมไปด้วยพระดำรัสว่า เธอจงไปนำเอาภัตรที่พระเจ้ากุสราชปรุงแล้วมา. นางค่อมนั้น นำมาแล้ว กราบทูลว่า ขอพระแม่เจ้าจงเสวยเถิด. พระนางตรัสว่า ฉันจะไม่ขอยอม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka