Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 239

เล่ม มมร. 62 หน้า 239 ข้อ 133
ยังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดมองดูฉันอยู่ตราบใด ฉันก็คง ต้องเป็นพนักงานเครื่องต้นภายในบุรี ของพระเจ้า มัททราชอยู่ตราบนั้น ต่อเมื่อใดแม่ราชบุตรียิ้มแย้ม แจ่มใส มองดูฉัน ฉันก็จะเลิกเป็นพนักงานเครื่องต้น กลับไปเป็นพระเจ้ากุสราชเมื่อนั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า. มุทุลกฺขเณ ได้แก่ หฤทัยของเธอ ประกอบด้วยลักษณะแห่งหญิงผู้อ่อนโยน. บทว่า โย คือ โย อหํ. บทว่า ติโรชนปทาคโต ความว่า ตั้งแต่ฉันมาจากแว่นแคว้นภายนอกอยู่ในวังของ เธอ ยังไม่ได้ความชื่นชมแม้แต่เพียงการต้อนรับเลย ฉันจึงเข้าใจอย่างนี้ว่า เธอคงเอาหินเข้าไปวางไว้ในหัวใจของเธอเป็นแน่ เพราะเธอห้ามการบังเกิด ขึ้นแห่งความรักในตัวฉันเสียได้. บทว่า ภูกุฏึ กตฺวา ได้แก่ ทำหน้าผาก ยืนยู่ยี่เหมอนเถาวัลย์ด้วยความโกรธ. บทว่า อาฬาริโก ความว่า พระเจ้า กุสราชตรัสว่า ในขณะนั้น ฉันก็คงเป็นพนักงานเครื่องต้น คล้ายกับทาสผู้ ปรุงภัตรในภายในบุรี ของพระเจ้ามัททราช ฉะนั้น. บทว่า อุมฺหายมานา ได้แก่ แสดงอาการร่าเริง คือยิ้มแย้มแจ่มใส. บทว่า ราชา โหม ความว่า ในขณะนั้น ฉันก็จะเป็นเหมือนพระราชาผู้เสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครกุสาวดี เพราะเหตุไร น้องจึงหยาบคายอย่างนี้ ดูก่อนพระนางผู้เจริญ ทั้งแต่นี้ต่อไป ขอพระน้องนางอย่าได้ทรงกระทำแบบนี้อีกเลยนะ. พระนางได้ทรงสดับพระดำรัสของพระเจ้ากุสราชนั้นแล้ว จึงทรงดำริ ว่า พระเจ้ากุสราชนี้ยิ่งพูดยิ่งติดแน่นหนักขึ้น เราจักพูดมุสาวาท ให้ท้าวเธอ หนีไปเสียจากที่นี้โดยอุบาย จึงตรัสคาถาว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka