Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 304

เล่ม มมร. 62 หน้า 304 ข้อ 162
หาที่สุดมิได้ประดุจลูกคลื่นในมหาสมุทรฉะนั้น . บทว่า ราชาภิราชา ความว่า ชื่อว่าเป็นพระราชาภิราช เพราะเป็นผู้อันพระราชาทั้ง ๑๐๑ พระองค์บูชาแล้ว หรือว่าเป็นพระราชาที่ยิ่งกว่าพระราชาเหล่านั้น. บทว่า ชยตํ ปติ ความว่า เป็นผู้เจริญที่สุดกว่าเทวดาชั้นดาวดึงส์ทั้งหลายผู้ถึงความชนะแล้ว. บทว่า อชิฌาวรํ ความว่า พระราชาพระองค์นั้น เข้าถึงความเป็นบริษัทของนันท- ดาบสมาอยู่ เพื่อให้ลูกยกโทษ. พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า พระราชาทุกพระองค์ ทรงลูบไล้ด้วยจันทน์หอม ทรงผ้ากาสิกพัสตร์อย่างดี ทุกพระองค์ทรงประคอง อัญชลีเข้าไปยังสำนักของฤาษีทั้งหลาย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อชฺฌุปาคมุํ ความว่า ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย พระราชาเหล่านั้นแม้ทั้งหมด ทรงลูบไล้ด้วยผงจันทน์อันมีกลิ่นหอม ทรงผ้าซึ่งมาจากแคว้นกาสีอย่างดีเลิศ ทรงยกอัญชลีขึ้นบนพระเศียร เข้าไป ยังสำนักของฤาษีทั้งหลาย. ลำดับนั้น พระเจ้ามโนชราช ทรงนมัสการบิดาของพระโพธิสัตว์ นั้นแล้ว ประทับนั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง เมื่อจะทรงกระทำปฏิสันถารจึงตรัส คาถา ๒ คาถาว่า พระคุณเจ้าผู้เจริญไม่มีโรคาพาธดอกหรือ พระ- คุณเจ้าสุขสำราญดีอยู่หรือ พระคุณเจ้าพอยังอัตภาพ ให้เป็นไปได้สะดวก ด้วยการแสวงหามูลผลาหาร แลหรือ เหง้ามันและผลไม้มีมากแลหรือ เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลานมีน้อยแลหรือ ในป่าอันเกลื่อนกล่น ไปด้วยพาฬมฤค ไม่มีมาเบียดเบียนบ้างหรือ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka