Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 319

เล่ม มมร. 62 หน้า 319 ข้อ 162
มารดาก็จะไม่พึงได้รับความนับถือหรือการบูชา เพราะ เหตุแห่งบุตร หรือบิดาก็จะไม่พึงได้ความนับถือหรือ การบูชา เพราะเหตุแห่งบุตร ก็เพราะบัณฑิตทั้งหลาย ย่อมพิจารณาเห็นสังคหวัตถุนี้ ฉะนั้น บัณฑิตเหล่านั้น ย่อมถึงความเป็นผู้ประเสริฐ และเป็นผู้อันเทวดาและ มนุษย์พึงสรรเสริญ มารดาและบิดา บัณฑิตเรียกว่า เป็นพรหมของบุตร เป็นบุรพาจารย์ของบุตร เป็นผู้ ควรรับของคำนั้นจากบุตร และว่าเป็นผู้อนุเคราะห์ บุตร เพราะเหตุนั้นแล บุตรผู้เป็นบัณฑิตพึงนอบน้อม และสักการะมารดาบิดาทั้ง ๒ นั้นด้วย ข้าว น้ำ ผ้านุ่ง ผ้าห่ม ที่นอน การขัดสี การให้อาบน้ำ และการ ล้างเท้า บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมสรรเสริญบุตรนั้น ด้วย การบำรุงในมารดาบิดาในโลกนี้ ครั้นบุตรนั้นละโลกนี้ ไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปุตฺตผลํ แปลว่า ผลคือบุตร. บทว่า เทวตาย นมสฺสติ ความว่า ย่อมทำการนอบน้อมบวงสรวงเทวดาว่า ขอ ให้บุตรจงบังเกิดมีแก่ข้าพเจ้าเถิด. บทว่า นกฺขตฺตานิ จ ปุจฺฉติ ความว่า และย่อมถามถึงนักขัตฤกษ์ทั้งหลายอย่างนี้ว่า บุตรผู้เกิดแล้วโดยฤกษ์ยามไหน จึงจะมีอายุยืนยาวนาน เกิดฤกษ์ยามไหนมีอายุสั้น. บทว่า อุตฺสํวจฺฉรานิ จ ความว่า อนึ่ง มารดาย่อมถามถึงฤดูและปีทั้งหลายอย่างนี้ว่า บุตรที่เกิดในฤดู
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka