Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 347

เล่ม มมร. 62 หน้า 347 ข้อ 198
ลำดับนั้น พระมหาสัตว์กล่าวว่า ธรรมนี้นั้นท่านประพฤติแล้ว และความภักดี ในเราก็ปรากฏแล้ว ท่านจงทำตามความปรารถนา ของเรานี้เถิด ท่านเป็นอันเราอนุมัติแล้ว จงไปเสีย เถิด ดูก่อนท่านผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญา ก็แลเมื่อกาล ล่วงไปอย่างนี้ คือ เมื่อเราติดบ่วงอยู่ในที่นี้ ท่านพึง กลับไปปกครองหมู่ญาติทั้งหลายของเราให้จงดีเถิด. เมื่อสุวรรณหงส์ตัวประเสริฐ ประพฤติธรรม อันประเสริฐ กำลังโต้ตอบฉันอยู่ด้วยประการฉะนี้ นายพรานได้ปรากฏแล้ว เหมือนดังมัจจุราชปรากฏ แก่บุคคลผู้ป่วยหนัก ฉะนั้น สุวรรณหงส์ทั้งสอง เกื้อกูลกันมาสิ้นกาลนานนั้น เห็นศัตรูเดินมาแล้ว ก็ นิ่งเฉยมิได้เคลื่อนจากที่ ฝ่ายนายพราน ผู้เป็นศัตรู ของพวกนก เห็นพญาหงส์ธตรฐจอมหงส์กำลัง เดินส่ายไปมาแต่ที่นั้น ๆ จึงรีบเดินเข้าไป ก็นาย พรานนั้นครั้นรีบเดินเข้าไปแล้ว เกิดความสงสัยขึ้นว่า หงส์ทั้งสองนั้นติดบ่วงหรือไม่ จึงค่อยลดความเร็วลง ค่อย ๆ เดินเข้าไปให้ใกล้สุวรรณหงส์ทั้งสอง ได้เห็น ตัวหนึ่งติดบ่วง อีกตัวหนึ่งไม่ติดบ่วง แต่มายืนอยู่ใกล้ ตัวที่ติดบ่วง จึงเพ่งดูตัวที่ติดบ่วงที่เป็นโทษ ลำดับนั้น นายพรานนั้นเป็นผู้มีความสงสัย จึงได้กล่าวถามสุมุข- หงส์ตัวมีผิวพรรณเหลือง มีร่างกายใหญ่ เป็นใหญ่ใน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka