ประชาชนทอดพระเนตรเห็นพญาหงส์นี้แล้ว ก็จะ
ทรงปลาบปลื้มพระหฤทัย จักพระราชทานทรัพย์เป็น
อันมาก. แก่ท่านโดยไม่ต้องสงสัย.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนุสิกฺขามิ แปลว่า แนะนำ. บทว่า
ปาปํ คือ ลามก. บทว่า รญฺโญ ทสฺเสหิ โน อุโภ ความว่า ท่านจงแสดง
ข้าพเจ้าแม้ทั้งสองนี้แด่พระราชา. สุมุขหงส์กล่าวอย่างนี้ด้วยเหตุ ๔ ประการ
คือ แสดงอานุภาพแห่งปัญญาพระโพธิสัตว์ ๑ เพื่อยังมิตรธรรมของตนให้
ปรากฏแจ่มแจ้ง ๑ เพื่อให้นายพรานได้ทรัพย์ ๑ เพื่อยังพระราชาให้ตั้งอยู่ใน
ศีล ๑. บทว่า ธตรฏฺา ความว่า ก็แลครั้นท่านนำข้าพเจ้าทั้งสองไปแล้ว
จงกราบทูลแด่พระราชาอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า หงส์ตัวเป็นอธิบดีของ
หงส์ทั้งหลาย ทั้งสองนี้เกิดในตระกูลธตรฐ บรรดาหงส์ทั้งสองตัวเหล่านี้ ตัว
นี้เป็นพระราชา ตัวนอกนี้เป็นเสนาบดี ท่านจงยังพระราชานั้นให้สำเหนียกรู้
ด้วยประการฉะนั้น . คำแม้ทั้ง ๓ มีคำว่า ปติโต ดังนี้เป็นต้น เป็นคำที่แสดง
อาการดีพระทัยทีเดียว.
เมื่อสุมุขหงส์กล่าวอย่างนี้แล้ว นายพรานจึงกล่าวว่า ข้าแต่นาย ท่าน
ทั้งสองอย่าได้ชอบใจการเข้าไปเฝ้าพระราชาเลย ธรรมดาว่า พระราชาทั้งหลาย
มีพระทัยกลับกลอก พึงกระทำท่านไว้ในหังสกีฬา หรือมิฉะนั้น ก็จะฆ่าท่านทั้ง
สองเสีย เมื่อสุมุขหงส์กล่าวว่า ดูก่อนสหาย ท่านอย่ากลัวเลย แม้บุคคลที่มีน้ำใจ
เหี้ยมโหดเป็นนายพราน มีฝ่ามือเปื้อนเลือดเช่นอย่างท่าน ข้าพเจ้ายังทำให้ใจ
อ่อนลงแล้วหมอบอยู่แทบเท้าทั้ง ๒ ของข้าพเจ้าได้ด้วยธรรมกถา ธรรมดาว่า
พระราชาทั้งหลาย เป็นผู้มีพระปัญญาและมีบุญย่อมทรงรู้จักด้วยถ้อยคำอันเป็น
พุทธภาษิต ขอท่านจงรีบนำข้าพเจ้าทั้งสองไปแสดงแก่พระราชาเถิด จึงกล่าว