[๒๖๘] ก็ท่านโกสิยดาบสนั้นอยู่ในทิศทักษิณ
ริมฝั่งแม่น้ำคงคา ข้างหิมะวันตบรรพตโน้น ท่านหา
น้ำและโภชนะได้โดยยาก ดูก่อนเทพสารถี ท่านจง
นำสุธาโภชน์ไปถวายท่าน.
[๒๖๙] มาตลีเทพสารถีนั้น อันท้าวสักกะผู้-
ประเสริฐกว่าเทวดารับสั่งให้แล้ว ได้ขึ้นรถเทียมด้วย
ม้าพันตัว เข้าไปยังอาศรมโดยเร็วพลัน เป็นผู้มีกาย
ไม่ปรากฏ ได้ถวายสุธาโภชน์แก่มุนี.
[๒๗๐] ก็เมื่อเราบำเรอไฟที่เราบูชาแล้ว ยืนอยู่
ใกล้พระอาทิตย์อันมีแสงสว่าง บรรเทาความมืดใน
โลกอันสูงสุดเสียได้ ท้าววาสวะผู้ครอบงำภูตทั้งปวง
หรือว่าใครหนอมาวางภัต อันขาวสะอาดลงในฝ่ามือ
ของเรา ภัตนี้ขาวเปรียบดังสังข์ ไม่มีสิ่งอื่นเปรียบปาน
น่าดู สะอาด มีกลิ่นหอมน่ารัก ยังไม่เคยมีเลย เรายัง
ไม่เคยเห็นด้วยตาตนเองเลย เทวดาองค์ไหน เอา
สุธาโภชน์มาวางบนฝ่ามือของเรา.
[๒๗๑] ข้าแต่มหามุนีผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่
ข้าพเจ้าอันท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพทรงใช้แล้ว จึงได้
รีบนำเอาสุธาโภชน์มาถวาย พระคุณเจ้าจงรู้จักข้าพเจ้า
ว่ามาตลีเทพสารถี นิมนต์พระคุณเจ้าบริโภคภัตอัน
อุดม อย่าห้ามเสียเลย ก็สุธาโภชน์ที่บริโภคแล้วนั้น
ย่อมขจัดบาปธรรมได้ ๒ ประการ คือ ความหิว ๑
ความระหาย ๑ ความไม่ยินดี (กระสัน) ๑ ความ