Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 699

เล่ม มมร. 62 หน้า 699 ข้อ 393
พระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นกษัตริย์ ได้นามบัญญัติว่า มุทธาภิสิตเหล่าใดในชมพูทวีปนี้ หม่อมฉันจะไม่กิน พระเจ้าแผ่นดินเหล่านั้น นี้เป็นพระพรข้อที่สอง หม่อมฉันยอมถวาย. มีคำถามสอดเข้ามาว่า กษัตริย์เหล่านั้นได้ยินพระสุรเสียงของสอง กษัตริย์ทั่วกันหรือไม่ ? ตอบว่า ไม่ได้ยินทั่วกันหมด พระเจ้าโปริสาทก่อไฟ ห่างออกไป เพราะกลัวเปลวควันจะเป็นอันตรายต่อต้นไม้ พระมหาสัตว์ ประทับนั่งตรัสกับเจ้าโปริสาทในระหว่างกองไฟกับต้นไม้ เพราะฉะนั้น กษัตริย์ เหล่านั้นจึงไม่ได้ยินทั้งหมด ได้ยินว่า ครั้งหนึ่ง กษัตริย์เหล่านั้นตรัสปลอบ กันว่า พระเจ้าสุตโสมจักทรงทรมานเจ้าโปริสาทในบัดนี้ อย่ากลัวไปเลย ใน ขณะนั้น พระมหาสัตว์ตรัสคาถานี้ว่า กษัตริย์ ๑๐๑ พระองค์ ที่ถูกพระองค์จับร้อย พระหัตถ์ไว้ มีพระพักตร์นองด้วยพระอัสสุชลกันแสง อยู่นั้น ขอพระองค์จงปล่อยให้กลับไปสู่แคว้นของ ตนๆ นี้เป็นพรข้อที่สาม หม่อมฉันปรารถนา. คำว่า ร้อยเอ็ด ในคาถานั้น หมายถึงจำนวนเกินร้อย. คำว่า ที่ถูก พระองค์จับไว้ คือที่พระองค์ได้จับไว้แล้ว. คำว่า ร้อยพระหัตถ์ไว้ คือ จับร้อยไว้ที่ฝ่ามือ. เมื่อพระมหาสัตว์เจ้าทรงรับพรข้อที่สาม ได้ทรงรับพรคือขอให้มอบ แคว้นของตน ๆ แก่กษัตริย์เหล่านั้นด้วยประการฉะนี้. มีคำถามสอดเข้ามาว่า ทรงรับพรนี้เพราะเหตุไร ? ตอบว่า เจ้าโปริสาทแม้จะไม่กิน แต่ก็อาจจะให้ กษัตริย์ทั้งหมดอยู่เป็นทาสในป่านั้นก็เป็นได้ หรืออาจจะฆ่าทิ้งเสียก็ได้ หรือ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka