นั่นเป็นอาหารที่ชอบใจของหม่อมฉันมานานแล้ว
หม่อมฉันเข้าป่าก็เพราะเหตุอาหารนี้ หม่อมฉันจะพึง
งดอาหารนี้เสียอย่างไร ขอพระองค์จงทรงเลือกพระพร
ที่สี่อย่างอื่นเถิด.
คำว่า ป่า ในคาถานั้น หมายความว่า หม่อมฉันยอมสละราชสมบัติ
แล้วเข้าสู่ป่านี้.
ลำดับนั้น พระมหาสัตว์จึงตรัสว่า พระองค์กล่าวว่าไม่อาจงดได้
เพราะเป็นของรักอย่างยิ่ง ก็ผู้ใดทำบาปเพราะเหตุของรัก ผู้นี้เป็นอันธพาล
แล้วตรัสพระคาถาว่า
ดูก่อนพระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน คนเช่น
พระองค์มัวคิดอยู่ว่า นี้เป็นที่รักของเรา ทำตนให้เห็น
ห่างจากความดี จะไม่ได้ประสบสิ่งที่รักทั้งหลาย ตน
แลประเสริฐที่สุด ประเสริฐอย่างยอดเยี่ยมทีเดียว
เพราะคนมีตนอบรมแล้ว ภายหลังจะพึงได้สิ่งที่รัก
ทั้งหลาย.
ในคาถานั้น บทว่า ตาทิโส ความว่า ดูก่อนพระองค์ผู้เป็นจอม
แห่งชน คนเช่นพระองค์ยังเป็นหนุ่ม มีรูปงาม มียศใหญ่ กระทำตนให้
เหินห่างจากความดี ด้วยความโลภในวัตถุอันเป็นที่รักว่า ขึ้นชื่อว่าสิ่งนี้ ย่อม
เป็นที่รักของเรา เคลื่อนจากสุคติทั้งหมดและวิสัยแห่งความสุข ตกลงในนรก
อย่างเดียว ชื่อว่าย่อมไม่ได้เสพสิ่งนั้นอันเป็นที่รักทั้งหลาย. บทว่า ปรมาว
เสยฺโย ความว่า ด้วยว่าตนของบุรุษนั่นแหละประเสริฐกว่าวัตถุอันเป็นที่รัก
อย่างอื่น. ถามว่า เพราะเหตุไร ตอบว่า เพราะคนมีตนอันอบรมแล้วจะพึง
ได้สิ่งอันเป็นที่รักทั้งหลาย อธิบายว่า ขึ้นชื่อว่า สิ่งอันเป็นที่รักทั้งหลาย