ในคาถานั้น บทว่า โย เว มีอธิบายว่า ดูก่อนสหายโปริสาท
บุรุษใดกระทำตนให้เหินห่างจากความดีด้วยการกระทำบาปว่า สิ่งนี้เป็นที่รัก
แก่เราแล้วเสพของรักอยู่ บุรุษนั้นย่อมได้รับความทุกข์ในอบายมีนรกเป็นต้น
ในเบื้องหน้า เพราะกรรมอันเป็นบาปนั้น เปรียบดังนักเลงสุราดื่มสุราอัน
เจือยาพิษ เพราะว่าตนชอบสุรา ฉะนั้น. คำว่า รู้สึกตัว หมายถึงรู้ตัว
พิจารณาตัวเองได้. คำว่า ละของรักได้ อธิบายว่า ละทิ้งของรักอัน
ประกอบด้วยสิ่งที่ไม่เป็นธรรมเสียได้.
เมื่อพระโพธิสัตว์ตรัสอย่างนี่แล้ว เจ้าโปริสาทคร่ำครวญรำพันอยู่
กล่าวคาถาว่า
หม่อมฉันทิ้งพระชนกพระชนนี ทั้งเบญจกาม-
คุณที่น่าเพลิดเพลินเจริญใจเข้าป่า ก็เพราะเหตุแห่ง
เนื้อมนุษย์ หม่อมฉันจะถวายพระพรนั้นแก่พระองค์
อย่างไรได้.
ในคาถานั้น เจ้าโปริสาทแสดงเนื้อมนุษย์ด้วยคำว่า เพราะเหตุแห่ง
เนื้อมนุษย์นี้. คำว่า อย่างไรได้ อธิบายว่า หม่อมฉันจะกระทำอย่างไร
จึงจะถวายพระพรนี้แก่พระองค์ได้.
ลำดับนั้น พระมหาสัตว์ จึงตรัสพระคาถานี้ว่า
พวกบัณฑิตไม่กล่าววาจาเป็นสอง พวกสัตบุรุษ
ย่อมมีปฏิญาณเป็นสัตย์ทีเดียว ท่านได้กล่าวกับ
ข้าพเจ้าว่า พระสหายจงรับพร ท่านได้กล่าวไว้อย่างนี้
ที่ท่านกล่าวในบัดนี้จึงไม่สมกัน.
ในคาถานั้น บทว่า ทิคุณํ อธิบายว่า ดูก่อนสหายโปริสาท ธรรมดา
ว่าบัณฑิต พูดคำหนึ่งแล้วไม่ทำคำนั้นให้คลาดเคลื่อนอีก ย่อมไม่กล่าวคำที่สอง