Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 705

เล่ม มมร. 62 หน้า 705 ข้อ 393
การเสียสละชีวิตได้ นั่นเป็นธรรมของสัตบุรุษ สัตบุรุษย่อมมีปฏิภาณเป็นสัตย์ทีเดียว พรอันพระองค์ ประทานไว้แล้ว จงประทานเสียฉับพลัน ดูก่อนพระองค์ ผู้เป็นพระราชาอันประเสริฐสุด พระองค์จงสมบูรณ์ ด้วยธรรมของสัตบุรุษนั้นเถิด. นรชนพึงสละทรัพย์ เพราะเหตุแห่งอวัยวะอัน ประเสริฐ เมื่อรักษาชีวิตพึงสละอวัยวะเมื่อนึกถึงธรรม พึงสละอวัยวะทรัพย์แม้ชีวิตทั้งหมดเถิด. ในคาถานั้น คำว่า ชีวิต หมายถึงละชีวิตได้ อธิบายว่า ขึ้นชื่อว่า สัต- บุรุษทั้งหลายย่อมละชีวิตได้โดยแท้ พระองค์จงประทานพรเสียโดยฉับพลัน คือ จงประทานแก่เราเสียโดยเร็วในที่นี้เถิด. คำว่า ด้วยธรรมของสัตบุรุษนั้น คือเป็นผู้สมบูรณ์ถึงพร้อม เข้าถึงแล้วด้วยธรรมและความสัตย์นี้ พระโพธิสัตว์ ทรงยกย่องเจ้าโปริสาทนั้น จึงทรงเรียกว่า ผู้เป็นพระราชาอันประเสริฐสุด. คำว่า พึงสละทรัพย์ อธิบายว่า ดูก่อนสหายโปริสาท บุรุษผู้เป็นบัณฑิต เนื้อ อวัยวะมีมือและเท้าเป็นต้นยังมีอยู่ พึงสละทรัพย์แม้มาก เมื่อต้องการจะรักษา อวัยวะนั้น. คำว่า เมื่อนึกถึงธรรม อธิบายว่า เมื่อนึกถึงธรรนอยู่อย่างนี้ ว่า แม้เราจะต้องสละอวัยวะทรัพย์และชีวิต ก็ไม่ยอมล่วงธรรมของสัตบุรุษ. พระมหาสัตว์ตรัสชักนำให้เจ้าโปริสาทนั้นตั้งอยู่ในความสัตย์ด้วยเหตุผล เหล่านี้อย่างนี้แล้ว บัดนี้จักยกความที่พระองค์เป็นครูขึ้นสนับสนุน จึงตรัส พระคาถาว่า บุรุษรู้ธรรมจากบุคคลใด และบุคคลเหล่าใดเป็น สัตบุรุษ บันเทาความสงสัยของบุรุษนั้นได้ ข้อนั้น เป็นที่พึงพำนักของบุรุษนั้นได้ เป็นบัณฑิตไม่พึงทำ ลายไมตรีจากจากบุคคลนั้นเลย.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka