Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 42

เล่ม มมร. 63 หน้า 42 ข้อ 441
แม้ตรัสถึงอย่างนี้ นายสารถีก็ยังไม่เชื่ออยู่นั้นเอง ลำดับนั้น พระมหาสัตว์ ทรงดำริว่า เราจักทำให้นายสารถีนั้นเชื่อ ทรงทำป่าชัฏให้บันลือลั่นด้วยเสียง สาธุการของเหล่าเทวดา และด้วยคำโฆษณาของพระองค์ เมื่อจะตรัสคาถาบูชา- มิตร ๑๐ คาถา จึงตรัสว่า ๑. บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร ชน เป็นอันมากอาศัยบุคคลผู้นั้นเลี้ยงชีพ บุคคลผู้นั้น จาก เรือนของตนไปที่ไหน ๆ ย่อมมีภักษาหารมากมาย. ๒. บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร บุคคล ผู้นั้นไปสู่ชนบท นิคม ราชธานีใด ๆ ย่อมเป็นผู้อัน หมู่ชนในที่นั้น ๆ ทั้งหมดบูชา. ๓. บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร โจร ทั้งหลายไม่ข่มเหงบุคคลผู้นั้น กษัตริย์ก็มิได้ดูหมิ่น บุคคลผู้นั้น บุคคลผู้นั้นย่อมข้ามพ้นหมู่อมิตรทั้งปวง. ๔. บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร บุคคล ผู้นั้น จะมาสู่เรือนของตนด้วยมิได้โกรธเคืองใคร ๆ มา ได้ความยินดีปรีดาในสภาที่ประชุม เป็นผู้สูงสุดของ หมู่ญาติ. ๕. บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร บุคคล ผู้นั้นสักการะคนอื่น ก็จะเป็นผู้อันคนอื่นสักการะตน เคารพคนอื่น ก็จะเป็นผู้อันคนอื่นเคารพตน ย่อม เป็นผู้ได้รับความยกย่องและเกียรติคุณ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka